ธาตุปาฐ วิลาสินิยา
ธาตุปาฐะวิลาสินี
นโม ตสฺส ภควโต อรหโต สมฺมาสมฺพุทฺธสฺส
ขอนอบน้อมแด่พระผู้มีพระภาคอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้าพระองค์นั้น
๑.
๑.
สมฺมาสมฺพุทฺธ สูริโย โย สมฺโพโธ ทโย ทิโต;
ชคุ ปงฺกช สงฺฆาเต โพธยี ปณมามิ ตํ.
พระสัมมาสัมพุทธเจ้าผู้เป็นดุจดวงอาทิตย์ ผู้รุ่งโรจน์ขึ้นด้วยการอุบัติแห่งความตรัสรู้ ผู้ทรงยังหมู่ดอกบัวคือชาวโลกให้เบิกบาน ข้าพเจ้าขอนอบน้อมพระองค์นั้น
๒.
๒.
สทฺธมฺมภานุ โย โลกา โลกํ กตฺวาน ธี ตมํ;
ธํสยี มุนินา สมฺมา ปาตุภูโต นมามิ ตํ.
พระสัทธรรมผู้เป็นดุจดวงอาทิตย์ ผู้ทรงทำโลกให้สว่างไสว ขจัดความมืดคืออวิชชาในดวงใจ ทรงปรากฏขึ้นโดยชอบด้วยพระมุนี ข้าพเจ้าขอนอบน้อมพระสัทธรรมนั้น
๓.
๓.
สิลคนฺธสมากิณฺโณ พุทฺโธ สทฺธมฺมหาย โย;
สงฺฆโตยรุโห ปาณ ลี โตเสสิ นมามิ ตํ-
พระพุทธเจ้าผู้ฟุ้งขจรด้วยกลิ่นศีล ผู้ทรงมีพระสัทธรรมอันยิ่งใหญ่ ผู้ทรงยังหมู่สัตว์ผู้เป็นดุจหมู่ภมรให้ยินดีด้วยดอกบัวคือพระสงฆ์ ข้าพเจ้าขอนอบน้อมพระองค์นั้น
๔.
๔.
นตฺวา มม ครุํวาสิ ปทุมาราม นามกํ;
ปาฬึ นิสฺสาย กสฺสา หํ ธาตุปาฐวิลาสินิ-
ข้าพเจ้าขอนอบน้อมอาจารย์ของข้าพเจ้าผู้พำนักอยู่ในปทุมาราม อาศัยพระบาลี ข้าพเจ้าจักแต่งคัมภีร์ธาตุปาฐะวิลาสินีนี้
๕.
๕.
อิมญฺหิ คนฺถกรณํ สตฺถาคมนเย รโต;
มูกลํคมุ สงฺขาเต คาเม สชฺชนการิเต-
ในการแต่งคัมภีร์นี้ (ข้าพเจ้า) ผู้ยินดีในแนวทางแห่งพระศาสดา ในหมู่บ้านชื่อมูกลังคะมุ ที่สัตบุรุษสร้างขึ้น
๖.
๖.
สุวิสุทฺธารามนาม วิหารมฺหิ นิวาสโก;
ตสฺมึ ปธาน เถโร สิ กตญฺญู สนฺตวุตฺติ โย-
ผู้พำนักอยู่ในวิหารชื่อสุวิสุทธาราม พระเถระผู้เป็นประธานในที่นั้น ผู้รู้คุณและมีวัตรปฏิบัติอันสงบ
๗.
๗.
คุณาลงฺการนาโม โส เถโร เถรนฺวเย รโต;
ยาจิ มํ อภิคนฺตฺวาน มิตฺโต เม วงฺกมานโส.
พระเถระนั้นชื่อคุณาลังการ ผู้ยินดีในวงศ์แห่งพระเถระ เป็นเพื่อนของข้าพเจ้าผู้มีใจไม่คดโกง ได้มาหาและขอร้องข้าพเจ้า
๘.
๘.
พุทฺโธ เหสฺสํ ยทา โลเก นิทฺเทโส หํ ตทา อิติ;
ปาปุณิสฺส มหงฺการํ โก วาโท ปนิ หนฺตเร-
เมื่อใดข้าพเจ้าจักเป็นพระพุทธเจ้าในโลก เมื่อนั้นข้าพเจ้าจักเป็นผู้ที่ถูกพยากรณ์ ข้าพเจ้าจักบรรลุถึงสภาวะอันยิ่งใหญ่ จะมีถ้อยคำอะไรมาขัดขวางในระหว่างนี้ได้เล่า
อปฺปจฺจโย ปโร โหติ ภูวาทิ คณโต สติ;
สุทฺธกตฺตุ กิรยาขฺยาเน สพฺพธาตุก นิสฺสิตํ-
ปัจจัยอื่น (อ ปัจจัย) ย่อมมี หลังธาตุหมวดภูเป็นต้น ในอาขยาตที่เป็นกิริยาของกัตตุวาจกล้วน อันอาศัยธาตุทั้งปวง
ปยุตฺโต กตฺตุนา โยเค ฐิโต เยวา ปฺปธานิเย;
กิรยํ สาเธติ เอตสฺส ทีปกํ สาสเน ปทํ-
(ปัจจัยนั้น) อันท่านประกอบแล้วในกัตตุโยคะ ตั้งอยู่ในฐานะที่ไม่เป็นประธาน ย่อมยังกิริยาให้สำเร็จ บทนั้นเป็นเครื่องแสดงความหมายนี้ในพระศาสนา
กรณ วจนํเยว เยภุยฺเยน ปทิสฺสติ;
อาขฺยาเต การิตฏฺฐานํ สนฺธาย กถิตํ อิทํ;
น นาเม การตฏฺฐานํ โพเธตา อิติอาทิกํ-
คำที่เป็นกรณวจนะนั่นแล ย่อมปรากฏโดยมาก คำนี้กล่าวหมายถึงฐานะที่เป็นกริยาการิตะในอาขยาต ไม่ใช่ฐานะที่เป็นกริยาการิตะในนาม เช่นคำว่า โพเธตา เป็นต้น
สุนเขหิปิ ขาทาเปนฺติ อิจฺจาทินิ ปทานิตุ;
อาหริตฺวาน ทีเปยฺย ปโยค กุสโล พุโธ-ยี.
บัณฑิตผู้ฉลาดในการใช้ภาษา พึงนำบททั้งหลายมีคำว่า สุนเขหิปิ ขาทาเปนติ เป็นต้น มาแสดง
กถิโต สจฺจ สงฺเขเป ปจฺจนฺต วจเนน เว;
ภุยฺยเต อิติ สทฺทสฺส สมฺพนฺโธ ภาวทีปโน-
กล่าวโดยย่อตามความเป็นจริง ด้วยคำที่อยู่ลำดับสุดท้าย ความสัมพันธ์ของศัพท์ว่า ภุยยเต เป็นเครื่องแสดงภาววาจก
นิทฺเทสปาฬิยํ รูปํ วิโหติ วิหวียติ;
อิติ ทสฺสนโตวาปิ ปจฺจตฺตวจนํ ถิรํ-
ในนิเทสบาลี มีรูปปรากฏว่า วิโหติ และ วิหวิยติ แม้เพราะการเห็นรูปดังนี้ คำที่เป็นปัจจัตตวจนะจึงมั่นคง
ตถา ธชคฺคสุตฺตนฺเต มุนินา หจฺจ ภาสิเต;
โส ปหียิสฺสติ อิติ ปาฬิทสฺสนโตปิจ-
เช่นเดียวกัน ในธชัคคสูตรที่พระมุนีตรัสไว้โดยตรง แม้เพราะการเห็นบาลีว่า โส ปหิยิสสติ
ปารมิตานุ ภาเวน มเหสีนํว เทหโต;
สนฺนิ นิปฺผาทนา เนว สกฺกฏาทิ วโจ วิย-
ด้วยอานุภาพแห่งบารมี (การสำเร็จรูปศัพท์) ย่อมมีได้ดุจการสำเร็จแห่งพระวรกายของพระมเหสีเจ้าทั้งหลาย ไม่ใช่การทำให้สำเร็จด้วยกฎเกณฑ์ดุจคำในภาษาสันสกฤตเป็นต้น
ปจฺจตฺต ทสฺสเนเนว ปุริสตฺตย โยชนํ;
เอกวจนิกญฺจาปิ พหุวจนิกมฺปิจ;
กาตพฺพ มิติ โน ขนฺตี ปรสฺสปทอาทิเก-
การประกอบบุรุษทั้ง ๓ ทั้งที่เป็นเอกพจน์และพหูพจน์ ด้วยการเห็นรูปที่เป็นปัจจัตตะเท่านั้น ในปรัสสบทเป็นต้น ไม่เป็นที่พอใจของเรา
ภาเว กิรยาปทํ นาม ปาฬิยา อติทุทฺทสํ;
ตสฺมา ตคฺคหณูปาโย วุตฺโต เอตฺตาวตา มยา-ยี.
กิริยาบทในภาววาจกนั้น เป็นสิ่งที่เห็นได้ยากยิ่งในพระบาลี เพราะฉะนั้น อุบายในการถือเอาภาววาจกนั้น ข้าพเจ้าจึงกล่าวไว้เพียงเท่านี้
ยํ ติกาลํ ติปุริสํ กิรยาวาจิ ติการกํ;
อตฺติลิงฺคํ ทฺวิวจนํ ต ทาขฺยาตนฺติ วุจฺจติ-ยี.
สิ่งใดบอกกาลทั้ง ๓ บอกบุรุษทั้ง ๓ บอกกิริยา บอกการกทั้ง ๓ มีลิงค์ และมี ๒ พจน์ สิ่งนั้นเรียกว่า อาขยาต
อาขฺยาต สาคร มถ ชฺชตนิ ตรงฺคํ,ธาตุชฺชลํ วิกรณ คม กาลมีนํ;
โลปา นุพนฺธ รย มตฺถ วิภาคตีรํ,ธีรา ตรนฺติ กวิโน ปุถุ พุทฺธิ นาวา-ยี.
มหาสมุทรคืออาขยาต มีคลื่นคืออัชชัตตนีวิภัตติ มีน้ำคือธาตุ มีปลาคือกาลและวิกะระณะปัจจัย มีฝั่งคือการจำแนกอรรถ มีกระแสคือการลบและอนุพันธ์ ธีรชนผู้เป็นกวี ย่อมข้ามไปด้วยเรือคือปัญญาอันกว้างขวาง
จกฺขกฺขี นยนํ เนตฺตํ โลจนํ ทิฏฺฐิ ทสฺสนํ;
เปกฺขนํ อจฺฉิ ปมฺหนฺตุ ปขุมนฺติ ปวุจฺจติ-ยิ.
จักขุ, อักขิ, นัยนะ, เนตตะ, โลจนะ, ทิฏฐิ, ทัสสนะ, เปกขนะ (แปลว่า ดวงตา) ส่วนขนตา เรียกว่า ปัมหะ และ ปะขุมะ
‘‘ปพฺพาชิโต สกา รฏฺฐา, อญฺญํ ชนปทํ คโต,มหนฺตํ โกฏฺฐํ กยิราถ, ทุรุตฺตานํ นิเวตเว’’-
ผู้ถูกขับไล่ออกจากแว่นแคว้นของตน ไปสู่ชนบทอื่น พึงสร้างยุ้งฉางอันใหญ่ เพื่อเก็บกักคำพูดที่กล่าวร้าย
โปราณ เมตํ อตุล เนตํ อชฺชตนามิว,นินฺทนฺติ ตุณฺหิ มาสีนํ นินฺทนฺติ พหุภาณินํ;
มิตภาณินมฺปิ นินฺทนฺติ นตฺถิ โลเก อนินฺทิโต-
ดูกรอตุละ เรื่องนี้เป็นของเก่า ไม่ใช่เพิ่งมีในวันนี้ ชนทั้งหลายย่อมติเตียนแม้ผู้นั่งนิ่ง ย่อมติเตียนแม้ผู้พูดมาก แม้ผู้พูดพอประมาณก็ถูกติเตียน ไม่มีใครในโลกที่ไม่ถูกติเตียน
นครํ ยถา ปจฺจนฺตํ ‘‘คุตฺตํ’’ สนฺตรพาหิยํ,เอวํ ‘โคเปถ’ อตฺตานํ, ขเณ เว มา อุปจฺจคา-
นครชายแดนที่ถูกคุ้มครองไว้ดีแล้วทั้งภายในและภายนอกฉันใด ท่านทั้งหลายพึงรักษาตนฉันนั้น อย่าให้ขณะ (โอกาสดี) ล่วงเลยท่านไปเสีย
ธิรตฺถุ ตํ วิสวนฺตํ, ยมหํ ชีวิต การณา,วนฺตํ ปจฺฉา วมิสฺสามิ, มตํ เม ชิวิตํ วรํ-
ความเป็นอยู่ของข้าพเจ้าผู้จะคายสิ่งที่คายแล้วในภายหลัง เพราะเหตุแห่งชีวิต น่าตำหนิแท้ ชีวิตที่ตายแล้วของข้าพเจ้ายังประเสริฐกว่า
วิลุปฺปเตว ปุริโส, ยาวสฺส อุปกปฺปติ,ยทา จญฺเญ วิลุมฺปนฺตี, โส วิลุตฺโต วิลุมฺปตี-
บุรุษย่อมปล้น (ผู้อื่น) ได้ตราบเท่าที่เขายังมีช่องทาง เมื่อผู้อื่นปล้นเขาคืน ผู้ถูกปล้นนั้นก็ย่อมปล้นคืน
‘‘อปฺปมาโท อมตปทํ, ปมาโท มจฺจุโน ปทํ,อปฺปมตฺตา น มียนฺติ, เย ปมตฺตา ยถามตา’’.
ความไม่ประมาทเป็นทางแห่งความไม่ตาย ความประมาทเป็นทางแห่งความตาย ผู้ไม่ประมาทชื่อว่าย่อมไม่ตาย ส่วนผู้ประมาทเป็นดุจคนตายแล้ว
๑.
๑.
ญาณวิมล ติสฺสาขฺโย, โย มหาสงฺฆ นายโก,มรมฺมวํสํ อาโทจ, ทีเป สณฺฐาปยี อิธ-
พระเถระนามว่า ญาณวิมลติสสะ ผู้เป็นประมุขแห่งสงฆ์หมู่ใหญ่ ได้นำวงศ์พม่ามาประดิษฐานไว้ในเกาะนี้เป็นครั้งแรก
๒.
๒.
ตสฺส ปธาน สิสฺโสสิ, ปาฬิ ยฏฺฐกถา วิทู,ธมฺมธาร สมญฺญาโต, โย มหา สงฺฆสามิโก-
ท่านผู้เป็นศิษย์เอกของท่านผู้นั้น เป็นผู้รู้พระบาลีและอรรถกถา ปรากฏนามว่าธัมมาธาระ ผู้เป็นมหาสังฆสามี
๓.
๓.
โย ตสฺส มุขฺยสึสฺสา สิ, ธมฺเม สตฺเถว โกวิโท,ญาณานนฺท มหาเถโร, เข มา วิย สุปากโฏ-
พระมหาเถระญาณานันทะ ผู้เป็นศิษย์สำคัญของท่านผู้นั้น เป็นผู้เชี่ยวชาญในพระธรรมและคัมภีร์ ปรากฏชัดดุจพระจันทร์ในท้องฟ้า
๔.
๔.
วิมลสาร ติสฺสาขฺโย, มหาสํสาธิโป กวิ,สิสฺโสสิ ทุติโย ตสฺส, ปริยตฺติ วิสารโท-
พระเถระนามว่าวิมลสารติสสะ ผู้เป็นมหาสังฆาธิบดีและเป็นกวี เป็นศิษย์คนที่สองของท่านผู้นั้น เป็นผู้เชี่ยวชาญในพระปริยัติ
๕.
๕.
ปทุมาราม นาโม เม, อาเจโร เถรปุงฺคโว,ตติโย ตสฺส สิสฺโส สิ สิกฺขาคารว สญฺญุโต-
พระอาจารย์ของข้าพเจ้ามีนามว่าปทุมารามะ เป็นพระเถระผู้ประเสริฐ เป็นศิษย์คนที่สามของท่านผู้นั้น ผู้ประกอบด้วยความเคารพในสิกขา
๖.
๖.
สงฺฆาธิโปจ วิมล, สาราขฺโย เถรกุญฺชโร,ปทุมาราม วิขฺยาต, มหาเถโร จิเม ทุเว-
พระเถระผู้เป็นสังฆาธิบดีนามว่าวิมลสาระ ผู้เป็นพระเถระผู้ประเสริฐ และพระมหาเถระปทุมารามะผู้มีชื่อเสียง ทั้งสองท่านนี้
๗.
๗.
ธมฺมาธาร มหาสงฺฆ, สามิโนจ อุปนฺติเก,ญาณานนฺท มหาเถร, สฺสนฺติเกว สมุคฺคหุํ-
ได้ศึกษาเล่าเรียนในสำนักของพระธัมมาธาระมหาสังฆสามี และในสำนักของพระมหาเถระญาณานันทะ
๘.
๘.
เตสุ โข ปทุมาราม มหาเถโร อวํ มมํ,สิกฺขยิ สทฺท สตฺเถจ, ปาฬิยฏฺฐกถาสุ จ-
ในบรรดาพระเถระเหล่านั้น พระมหาเถระปทุมารามะนี้ ได้สอนข้าพเจ้าในคัมภีร์สัททศาสตร์ (ไวยากรณ์) ทั้งในพระบาลีและอรรถกถา
๙.
๙.
ตสฺมึ ทิวงฺคเต ปจฺฉา, ฉนฺโท วฺยากรณาทิกํ,วิมลสาร มหาเถร, สฺสนฺติเกจ สมุคฺคหึ-
ภายหลังจากที่ท่านมรณภาพแล้ว ข้าพเจ้าได้ศึกษาคัมภีร์ฉันท์และไวยากรณ์เป็นต้น ในสำนักของพระมหาเถระวิมลสาระ
๑๐.
๑๐.
ตสฺส โข ปทุมาราม มหาเถรสฺส ธีมโต,สิสฺเสน ญาณติลก เถเรน สํสสามินา-
โดยพระเถระญาณติลกะผู้เป็นสังฆสามี ผู้เป็นศิษย์ของพระมหาเถระปทุมารามะผู้มีปัญญาผู้นั้น
๑๑.
๑๑.
พุทฺธสฺส ปรินิพฺพาณ วีสหสฺเส จตุสฺสเต,ส สตฺตตฺยาธิเก วสฺเส เชฏฺฐมาเส มโนรเม-
ในพุทธศักราช ๒๔๗๗ ในเดือนเชษฐะอันน่ารื่นรมย์
๑๒.
๑๒.
อฏฺฐมิยํ กาฬปกฺเข, กตายํ มติสูทนี,ธาตุปาฐตฺถ โพธาย ธาตุปาฐ วิลาสินี-
ในวันแรม ๘ ค่ำ คัมภีร์ธาตุปาฐวิลาสินีนี้ อันเป็นเครื่องกำจัดความหลงผิด (มติสูทนี) เพื่อความเข้าใจเนื้อความแห่งธาตุปาฐะ อันข้าพเจ้าได้รจนาขึ้นแล้ว
๑๓.
๑๓.
อาทิ มุทฺทาปนํ อสฺสา, คุณาลงฺการ นามิโน,โอโนชิตํ, มมายตฺตํ ตโตปริ ตปสฺสิโน-
การจัดพิมพ์ครั้งแรกของคัมภีร์นี้ ท่านผู้มีนามว่าคุณาลังการะได้มอบหมายและมอบให้แก่ข้าพเจ้าผู้เป็นบรรพชิต
๑๔.
๑๔.
สิสฺโส มยฺหํ คุนานนฺโท อุนากุรุว คามโช,มมุ ปตฺถมฺหิโต อาสิ, คณฺฐิฏฺฐาเนสนาทิโต;
พระคุณานันทะผู้เป็นศิษย์ของข้าพเจ้า ซึ่งเกิดในหมู่บ้านอุณากุรุวะ ได้เป็นผู้อุปถัมภ์ช่วยเหลือข้าพเจ้าในการค้นหาข้อความที่ยากเป็นต้น
๑๕.
๑๕.
พสฺตฺยํ สมญฺญโก ราชา, มจฺโจ มม ปิตา อหุ,โอนฺตีนฺยา วี สนามา เม มาตา เสนาปตานฺยนุ–
บิดาของข้าพเจ้าเป็นข้าราชการนามว่าบัสเตียน มารดาของข้าพเจ้ามีนามว่าออนตินยาวี ผู้เป็นธิดาของเสนาบดี
๑๖.
๑๖.
อาเจรา เจว ปาเจรา, ชนโก ชนนีว เม,เทวา เจตฺยงฺคิโน สพฺเพ, เนนปปฺโปนฺตุ นิพฺพุตินฺติ-
ขออาจารย์และอุปัชฌาย์ บิดาและมารดาของข้าพเจ้า เทพยดา และสรรพสัตว์ทั้งปวง จงบรรลุถึงพระนิพพานด้วยกุศลนี้เถิด
ธาตุปาฐวิลาสินิยา สมาปฺตยิ.
คัมภีร์ธาตุปาฐวิลาสินี จบสมบูรณ์