1 นโม ตสฺส ภควโต อรหโต สมฺมาสมฺพุทฺธสฺส
ขอนอบน้อมแด่พระผู้มีพระภาคอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้าพระองค์นั้น
ปชฺชมธุ
ปัชชมธุ
อานนฺท รญฺญ รตนาทิ มหา ยตินฺท,นิจฺจปฺปพุทฺธ ปทุมปฺปิย เสวินงฺคี;
พุทฺธปฺปิเยน ฆน พุทฺธ คุณปฺปิเยน,เถราลินา รจิต ปชฺชมธุํ ปิพนฺตุ.
ขอท่านทั้งหลายจงดื่มน้ำผึ้งแห่งฉันท์ที่พระพุทธปิยเถระผู้เป็นดุจภมร ผู้รักในพระพุทธคุณอันแน่นแฟ้น ผู้มีอวัยวะอันบำเรอด้วยดอกบัวที่บานอยู่เป็นนิตย์ ผู้เป็นดุจแก้วมณีของพระราชาผู้ทรงพระนามว่าอานันทะนั้นรจนาไว้เถิด
๑.
๑.
อุณฺณาปปุณฺณสสิมณฺทลโต คลิตฺวา,ปาทมฺพุชงฺคุลิ ทลฏฺฐ สุธา ลวานํ;
ปนฺตีว สตฺถุ นขปนฺติ ปชาวิเสสํ,ปีเณตุ สุทฺธ สุขิตมฺมณ ตุณฺฑปีตา.
ขอแถวแห่งพระนขาของพระศาสดา ดุจแถวแห่งหยาดน้ำอมฤตที่อยู่ ณ กลีบดอกบัวคือพระองคุลีแห่งพระบาท ซึ่งไหลออกมาจากวงพระจันทร์เต็มดวงคือพระอุณาโลม จงยังหมู่สัตว์ผู้มีใจบริสุทธิ์และมีความสุข ให้ดื่มดุจภมรดื่มน้ำหวานเถิด
๒.
๒.
ขิตฺตาย มารริปุนา ปริวตฺย สตฺถุ,ปาทสฺสยา ชิต ทิสาย สิตตฺตลาย;
ยา เชติ กญฺจน สราวลิยา สิรึ สา,เทตนฺคินํ รณชยงฺคุลิปนฺติกนฺตา.
ขอแถวแห่งพระองคุลีอันงามวิจิตรด้วยทองคำ ซึ่งหมุนรอบพระบาทของพระศาสดา อันศัตรูคือมารขว้างไปแล้ว ณ ทิศที่พระบาทนั้นชนะแล้ว ซึ่งเป็นที่เย็นสบาย จงประทานชัยชนะในการรบแก่สัตว์ทั้งหลายเถิด
๓.
๓.
โสวณฺณ วณฺณ สุขุมจฺฉวิ โสมฺม กุมฺม,ปิฏฺฐีว ปิฏฺฐิ กมตุนฺนติ ภาติ เยสํ;
เตสุปฺปติฏฺฐิตสุโกมลทีฆปณฺหิ,ปาทา ชินสฺส ปททนฺตุ ปทํ ชนสฺส.
ขอพระบาทของพระชินเจ้า ผู้มีหลังเท้าอันรุ่งเรืองด้วยความสูงขึ้นตามลำดับ มีผิวพรรณละเอียดอ่อนดุจสีทอง งดงามดุจหลังเต่า มีส้นพระบาทอันอ่อนนุ่มและยาวตั้งมั่นอยู่ จงประทานทางอันประเสริฐแก่ชนทั้งหลายเถิด
๔.
๔.
อจฺเฉร ปงฺกชสิรํ สิริยา สกาย,เย มทฺทิโน วิย จรนฺติ สโรช สีเส;
สญฺจุมฺพิตา วิย จ ตานิ ปราค ราคา,เต นีรชา มุนิปทา ปททนฺตุ ลกฺขึ.
ขอพระบาทของพระมุนีผู้ปราศจากธุลีเหล่านั้น ผู้เหยียบย่ำไปบนยอดดอกบัว ดุจดอกบัวอันน่าอัศจรรย์ที่ศีรษะด้วยสิริของตน ดุจถูกจุมพิตด้วยละอองเกสรดอกบัว จงประทานความเจริญเถิด
๕.
๕.
อคามิ กาล ชน มงฺคล ภตฺตุ ภาวํ,วฺยากตฺตุมตฺร กุสเลนิว นิมฺมิตานิ;
ยาตฺราสุมฏฺฐสตมงฺคลกฺขณานิ,สาเธตุ นํ ปทยุคํ ชยมงฺคลานิ.
ขอพระบาททั้งคู่ ซึ่งมีร้อยแปดมงคลลักษณะอันงดงาม ดุจถูกสร้างขึ้นโดยช่างผู้ฉลาดเพื่อพยากรณ์ความเป็นผู้เป็นที่พึ่งอันเป็นมงคลของชนในอนาคตกาล จงยังชัยมงคลให้สำเร็จแก่ชนเหล่านั้นเถิด
๖.
๖.
สสฺเสวิชนฺตุวรสนฺติปุรปฺปเวเส,นิจฺจํ สุสชฺช ฐปิตานิว มงฺคลาย;
เย เต ทธนฺติ กลมงฺคลลกฺขณานิ,วตฺตนฺตุ เต ชินปทา ชยมงฺคลาย.
ขอพระบาทของพระชินเจ้าเหล่านั้น ซึ่งมีมงคลลักษณะอันงดงาม ดุจถูกจัดเตรียมไว้เป็นนิตย์เพื่อความเป็นมงคล ในการเข้าสู่พระนครอันประเสริฐคือพระนิพพาน จงเป็นไปเพื่อชัยมงคลเถิด
๗.
๗.
สพฺเพภิภูย สปเทสุ นิปาตนสฺส,สญฺญาณกํ วิย ยทสฺสิตสพฺพโลโก;
ปาทาตฺยโธกตติโลกสิโรวรา ปิ,โลกํ ปุณนฺตุ ชยมงฺคลการณานิ.
ขอพระบาทที่เหยียบย่ำยอดแห่งไตรโลกอันประเสริฐ ดุจเป็นเครื่องหมายที่โลกทั้งปวงอาศัยแล้ว เพื่อข่มขี่และยังให้ตกไปในที่ของตนทั้งหมด จงชำระโลกให้บริสุทธิ์ด้วยเหตุแห่งชัยมงคลเถิด
๘.
๘.
โลกตฺตเยกสรณตฺตวิภาวนาย,สชฺโช ว ติฏฺฐติ ยหึ สุวิภตฺตโลโก;
ตํ สพฺพโลกปฏิพิมฺพิตทปฺปณาภํ,ปาททฺวยํ ชนสุสชฺชนเหตุ โหตุ.
ขอพระบาททั้งคู่ ดุจกระจกที่สะท้อนโลกทั้งปวง ที่ซึ่งโลกอันแบ่งแยกดีแล้วตั้งอยู่พร้อม เพื่อแสดงความเป็นที่พึ่งอันเอกของไตรโลก จงเป็นเหตุแห่งความดีงามของชนทั้งหลายเถิด
๙.
๙.
โลกุตฺตราย สิริยาธิคมาย สุฏฺฐุ,รชนฺติ ยตฺถ ทิคุณานิว ปาตุ ภูตา;
จกฺกาสนาภิสหเนมิสหสฺสรานิ,ตฺยงฺฆี ทิสนฺตุ สกลิสฺสริยํ ชนสฺส.
ขอพระบาทเหล่านั้น ที่ซึ่งปรากฏดุจมีสองเท่า มีกงล้อพันซี่อันทนทานต่อที่นั่งแห่งจักร เพื่อการบรรลุสิริอันเป็นโลกุตตระโดยแท้ จงประทานความเป็นใหญ่ทั้งปวงแก่ชนทั้งหลายเถิด
๑๐.
๑๐.
ยตฺรุลฺลสนฺติ ทุวิธานิว ปาตู ภูตา,ธมฺมสฺสสพฺพภุวนสฺส จ อิสฺสรตฺเต;
จกฺกานิ จกฺกสทิสานิ สุทสฺสนสฺส,ตานชฺช ชนฺตุ สรณา จรณานิ โหนฺตุ.
ขอพระบาทเหล่านั้น ที่ซึ่งปรากฏดุจมีสองอย่างรุ่งเรืองอยู่ คือจักรทั้งหลายดุจจักรทิพย์อันงดงาม ในความเป็นใหญ่แห่งพระธรรมและโลกทั้งปวง จงเป็นที่พึ่งแก่สัตว์ทั้งหลายในวันนี้เถิด
๑๑.
๑๑.
สตฺเตสุ วจฺฉตุ สิรี สิริวจฺฉเกน,โสวตฺถิ โสตฺถิมนุติฏฺฐตุ ปุคฺคเลสุ;
นนฺทึ ชนานมนุวตฺตตุ นนฺทิวตฺตี,สีสานลํกุรุตุ ปาทวตํสโก ปิ.
ขอสิริจงสถิตอยู่ในสัตว์ทั้งหลายด้วยสิริวัจฉะ ขอความสวัสดีจงตั้งมั่นอยู่ในบุคคลทั้งหลายด้วยสุวสติกะ ขอความยินดีจงเป็นไปตามนันทิวัฏฏะของชนทั้งหลาย แม้พวงมาลัยแห่งพระบาทจงประดับศีรษะเถิด
๑๒.
๑๒.
ภทฺทาย ปีฐมุปคจฺฉตุ ภทฺทปีฐํ,วุทฺธึ ชนานมนุวตฺตตุ วทฺธมานํ;
ปุณฺณตฺตมงฺคิมนุกุพฺพตุ ปุณฺณกุมฺโภ,ปาติ จ ปาตุ สตตํ ชนตํ อปายา.
ขอภัทรบิฐจงนำมาซึ่งความเจริญ ขอวัฑฒมานะจงเป็นไปตามความเจริญของชนทั้งหลาย ขอปูรณกุมภ์จงยังมงคลอันเต็มเปี่ยมให้สำเร็จ และขอถาดจงคุ้มครองหมู่ชนให้พ้นจากอบายอยู่เป็นนิตย์เถิด
๑๓.
๑๓.
เสตาตปตฺตมปเนตมฆาตเป ตํ,ขคฺโค วิฉินฺทตุ สทา ทุริตาริวคฺเค;
สํกฺเลสทาหมปเนตุ สตาลวณฺฏ,สํวีชนี กุมติมกฺขิกโมรหตฺโถ.
ขอเศวตฉัตรจงขจัดความร้อนอันเป็นอกุศลนั้น ขอพระขรรค์จงตัดหมู่ศัตรูคือทุจริตอยู่เป็นนิตย์ ขอพัดใบตาลจงขจัดความเร่าร้อนคือสังขาร ขอพัดวีจงขจัดหมู่แมลงคือความเห็นผิดและโมหะเถิด
๑๔.
๑๔.
อากฑฺฒโน ชนวิโลจนมตฺตนินฺนํ,วาเรตุ สพฺพคติวารนมงฺกุโส โส;
ปาทมฺพุชสฺสิริวิลาสนิเกตนํ ว,ปาสาทลขณมุเปตุ มโนปสาทํ.
ขอขอช้างนั้น ผู้ดึงดูดสายตาของชนทั้งหลายให้จมลง จงห้ามการไปสู่คติทั้งปวง ดุจเป็นที่อยู่แห่งสิริและความรุ่งเรืองของพระบาทดุจดอกบัว ขอจงถึงซึ่งลักษณะแห่งปราสาทคือความเลื่อมใสในใจเถิด
๑๕.
๑๕.
ปาณีนมตฺตภชตํ วรปุณฺณปตฺตํ,สมฺมา ททาตุ ปทนิสฺสิตปุณฺณปตฺโต;
ปาเทสุ ชนฺตุ มนพนฺธนทามภูตํ,ทามํ ทเมตุ วิมลํ ชนตมฺมนานิ.
ขอปูรณปาตรที่อาศัยพระบาทจงประทานโดยชอบแก่สัตว์ทั้งหลายผู้บริโภคตามอัตภาพ ดุจเครื่องผูกใจของสัตว์ทั้งหลายที่พระบาท ขอพวงมาลัยจงยังใจของหมู่ชนผู้ปราศจากมลทินให้สงบเถิด
๑๖.
๑๖.
อุณฺหีสกุปฺปลมณีปทุเมหิ ปาทา,สสฺเสวิชนฺตุกรณานิ วิภูสยนฺตุ;
สนฺเนตฺตนาวุปคตานมนคฺฆกานิ,โพชฺฌงฺคสตฺตรตนานิ ทเท สมุทฺโท.
ขอพระบาททั้งหลายอันประดับด้วยพระอุณหิส ดอกอุบล แก้วมณี และดอกปทุม จงยังการกระทำของสัตว์ทั้งหลายให้รุ่งเรือง และขอสมุทรจงประทานรัตนะเจ็ดประการคือโพชฌงค์อันมีค่าหาประมาณมิได้แก่ผู้มาถึงเรืออันมีนายท้ายดีเถิด
๑๗.
๑๗.
อุตฺตุงฺค นิจฺจลคุงา ชิตตาย นิจฺจํ,เสวีว ปาทสิริ นิจฺจ สมุพฺพหํ ว;
อตฺราปิ สกฺกภวนุพฺพหเณ นิยุตฺโต,ปาทฏฺฐเมรุ ภวตํ ภวตํ วิภูตฺยา.
ขอภูเขาพระสุเมรุแห่งพระบาท ผู้ถูกมอบหมายให้ยกภพของท้าวสักกะ แม้ในที่นี้ ด้วยคุณอันสูงส่งและมั่นคงที่ชนะอยู่เป็นนิตย์ ดุจสิริแห่งพระบาทที่บำเรออยู่เป็นนิตย์ จงเป็นไปเพื่อความรุ่งเรืองของท่านทั้งหลายเถิด
๑๘.
๑๘.
โส จกฺกวาฬสิขรี ปฺยวตํ สมนฺตา,สพฺพูปสคฺควิสราชนตํ สมคฺคํ;
ทีปา ปุถูปิ จตุโร ทฺวิสหสฺส ขุทฺทา,ธาเรนฺตฺวปายปตมานมทตฺว ชนฺตุํ.
ขอภูเขาจักรวาลนั้นจงคุ้มครองโดยรอบหมู่ชนผู้มีอุปสรรคทั้งปวงแผ่ซ่านไป แม้ทวีปใหญ่สี่และทวีปน้อยสองพัน ขอจงยังสัตว์ผู้ตกไปในอบายให้ไม่ตกไปเถิด
๑๙.
๑๙.
สูโร ปโพธยตุ ชนฺตุ สโรรุหานิ,จนฺโท ปสาท กุมุทานิ มโนทเหสุ;
นกฺขตฺตชาตมขิลํ สุภตาย โหตุ,จกฺกํ ธชํ ริปุชยาย ชยทฺธชาย.
ขอพระอาทิตย์จงยังดอกบัวคือสัตว์ทั้งหลายให้บาน ขอพระจันทร์จงยังดอกบัวคือความเลื่อมใสในใจให้บาน ขอหมู่ดาวทั้งปวงจงเป็นไปเพื่อความดีงาม ขอจักรและธงจงเป็นไปเพื่อชัยชนะเหนือศัตรู และเพื่อชัยธงเถิด
๒๐.
๒๐.
เชตุํ สสํสท-สุทสฺสน-จกฺกวตฺติ,จกฺกานุคนฺตลลิตํ ยหิมาวเหยฺย;
จกฺกาณุวตฺติ ปริสาวต-จกฺกวตฺติ,นํวตฺตตํ ปทยุคํ ชนตา หิตาย.
ขอพระบาททั้งคู่ ที่ซึ่งนำมาซึ่งความรุ่งเรืองอันเป็นไปตามจักร เพื่อชนะพระเจ้าจักรพรรดิผู้มีหมู่บริวารอันงดงาม พระเจ้าจักรพรรดิผู้เป็นไปตามจักรและมีบริวาร จงเป็นไปเพื่อประโยชน์สุขของหมู่ชนเถิด
๒๑.
๒๑.
ปุเชตุมาคต วตา วชิราสนฏฺฐ,มินฺเทน ฉฑฺฑิต มหาวิชยุตฺตราขฺยํ;
สํขํ ปวิฏฺฐมิว มารภยา ปทาโธ,ปาทฏฺฐสํขมิห วตฺตตุ สนฺติยา โว.
ขอสังข์ที่อยู่ใต้พระบาทในที่นี้ ดุจสังข์ที่เข้าไปอยู่ใต้พระบาทเพราะกลัวมาร อันท้าวสักกะทรงทิ้งไปแล้ว ซึ่งมีชื่อว่ามหาชัยอันประเสริฐ ผู้มาเพื่อบูชา ณ วัชรอาสน์ จงเป็นไปเพื่อความสงบของท่านทั้งหลายเถิด
๒๒.
๒๒.
โสวณฺณมจฺฉยุคลํ สิวภตฺต โภเค,อิจฺฉา พหูปกรณํ ภวตํ ชนานํ;
กุมฺภีลธิคฺคหิตโต ว ปทุตฺถจิตฺตา,ปาทมฺพุชากร วิคาหิ ตุ โนปโหนฺตุ.
ขอคู่ปลาทองจงเป็นเครื่องบริโภคอันเป็นมงคล เป็นเครื่องอุปการะอันมากของชนทั้งหลายผู้ปรารถนา ขอชนผู้มีใจชั่วร้ายดุจถูกจระเข้เกาะกุมไว้ จงอย่าได้อาจเอื้อมก้าวล่วงเข้าไปในสระปทุมคือพระบาทเลย
๒๓.
๒๓.
สตฺตาปคา ชนมโนช มเล ชหนฺตุ,สํกฺเลสทาหมปเนนฺตุ ทหา จ สตฺต;
เสลา จ สตฺต วิทธนฺตุ ชนสฺส ตานํ,โลกปฺปสิทฺธิชนเน ภวตํ ปตากา.
ขอแม่น้ำทั้งเจ็ดจงขจัดมลทินคือใจของชนทั้งหลาย ขอสระน้ำทั้งเจ็ดจงขจัดความเร่าร้อนคือสังขาร ขอภูเขาทั้งเจ็ดจงยังที่พึ่งให้แก่ชนทั้งหลาย ขอธงอันเป็นที่รู้จักของโลกจงเป็นไปเพื่อความรุ่งเรืองของท่านทั้งหลายเถิด
๒๔.
๒๔.
ปาฏงฺกิ สนฺติ คมเน ภวตูปการา,ทาเหตฺตเนสุ ชหตํ ปทจามรํ ตํ;
สลฺโลกโลจนมหุสฺสว-อุสฺสิตํ ว,วตฺเตยฺย โตรณมนุตฺตรมงฺคลาย.
ขอรองเท้าจงเป็นเครื่องอุปการะในการไปสู่ความสงบ ขอพัดจามรแห่งพระบาทนั้นจงขจัดความเร่าร้อน ขอซุ้มประตูจงเป็นไปเพื่อมงคลอันสูงสุด ดุจซุ้มประตูที่ยกขึ้นเพื่อมหรสพแห่งสายตาของโลกทั้งปวงเถิด
๒๕.
๒๕.
ยสฺมึ มิคินฺท คต ภีติ พลาว ทฑฺฒ,ทานา นตา สิรวิทารณ ปีฬิตาว;
นาลาคิรี กริวโร คิริเมขโล จ,ตํ สีหวิกฺกมปทํ หนตา ฆทนฺตึ.
ขอพระบาทอันมีกำลังดุจราชสีห์นั้น จงทำลายบาปอันร้ายกาจเถิด ที่ซึ่งเมื่อราชสีห์เยื้องกรายไป ความกลัวก็ถูกเผาผลาญด้วยกำลัง และช้างนาฬาคิรีผู้ประเสริฐกับช้างคิริเมขละต่างก็ถูกเบียดเบียนด้วยการทำลายศีรษะ
๒๖.
๒๖.
ปาปาหิโน หนตุ ปาทสุวณฺณราชา,วฺยคฺฆาธิโป กลิชเน อทตํ อเสสํ;
วาลาห-อสฺสปติ สมฺปติตุํ อทตฺวา,ปาเยสุ ปาปยตุ สนฺติปุรมฺปชาโย.
ขอพญาหงส์ทองแห่งพระบาทจงทำลายงูคือบาป ขอพญาเสือจงกำจัดคนชั่วให้สิ้นเชิง ขอพญาม้าพลาหกจงอย่าปล่อยให้สัตว์ตกลงไปในอบาย และจงนำหมู่ชนไปตามทางสู่พระนครคือความสงบเถิด
๒๗.
๒๗.
ฉทฺทนฺต ทนฺติ ลลิตํ คลิตํ รุสมฺหา,ลุทฺเทตฺต ทุพฺภินิ ทิเส อจลํ ทธาโน;
ปาทฏฺฐหตฺถิปติ สมฺปติ ชนฺตุตาเส,ตาเสตุ หาสมปรนฺทิสตํ สตานํ.
ขอพญาช้างที่ประดิษฐานอยู่ ณ พระบาท ผู้สง่างามดุจพญาช้างฉัททันต์ ผู้ปราศจากความโกรธ ผู้ทรงความมั่นคงในทิศที่ประทุษร้าย จงกำจัดความหวาดกลัวของหมู่สัตว์ในบัดนี้ และจงยังความร่าเริงให้แผ่ไปตลอดทิศทั้งร้อยแก่เหล่าสัตบุรุษเถิด
๒๘.
๒๘.
สพฺพงฺคิโน จรณุโปสถ หตฺถิราชา,ปาเปตุ สพฺพจตุทีปิกรชฺชลกฺขึ;
กิตฺตีว ปาทปริจาริกตา นิยุตฺตา,เกลสเสลปฏิมา หิตมาจเรยฺย.
ขอพญาช้างอุโบสถผู้มีอวัยวะครบถ้วน (ที่ประดิษฐานอยู่ ณ พระบาท) จงนำมาซึ่งสิริราชสมบัติในทวีปทั้งสี่ ประดุจเกียรติยศที่ได้รับแต่งตั้งให้เป็นผู้ปรนนิบัติพระบาท และจงเป็นประดุจรูปจำลองแห่งภูเขาไกรลาสที่บำเพ็ญประโยชน์เถิด
๒๙.
๒๙.
สามิสฺส หํสสมเย ทหปาสพทฺธ,มาสีน เวสคมโก วิย ปาทหํโส;
นิคฺโฆส คนฺติชิตโต วิย มูคปกฺโข,ยาเรตุ สพฺพ ชนตา ภวคนฺตุกตฺตํ.
ขอพญาหงส์ที่พระบาท ผู้เป็นดุจหงส์ที่ถูกบ่วงรัดในสระน้ำในเวลาที่เจ้าของมาถึง และเป็นดุจผู้ปลอมแปลงเพศนั่งอยู่ และเป็นดุจพระเตมีย์ใบ้ผู้ชนะด้วยความอดทนต่อเสียงกึกก้อง จงห้ามความเป็นผู้ไปสู่ภพของปวงชนทั้งหลายเถิด
๓๐.
๓๐.
โอหาย ทิพฺพสรสึ ขิลโลก สพฺพ,รมฺมงฺฆิวาปิมวคาหิตวาว ปาเท;
เอราวโณ กริวโร มนสาภิรุฬฺเห,ชนฺตุํ ปุรินฺททปุรํ นยตํ ว สีฆํ.
ขอพญาช้างเอราวัณผู้ประเสริฐ ละสระทิพย์แล้วลงสู่สระคือพระบาทอันน่ารื่นรมย์ของพระองค์ผู้เป็นที่พึ่งของโลกทั้งปวง จงนำหมู่สัตว์ที่ตั้งมั่นในใจไปยังสุทัสสนะนครของพระอินทร์โดยเร็วพลันเถิด
๓๑.
๓๑.
หิตฺวา สกมฺภวนมงฺฆินิเสวนตฺถ,มาคมฺม รมฺม ตรตายิห นิสฺสิโต ว;
ปาเลตฺว มูนิ ปทวาปิตรงฺคภงฺคิ,มนฺคี กโรนฺตตนุวาสุกิ นาคราชา.
ขอพญานาควาสุกี ละวิมานของตนมาเพื่อบำเรอพระบาท อาศัยอยู่ในที่อันน่ารื่นรมย์นี้ จงรักษาความแตกกระจายแห่งระลอกคลื่นในสระคือพระบาทของพระมุนี และจงอำนวยความสุขสวัสดิ์เถิด
๓๒.
๓๒.
นาถสฺส กญฺจนสิขาวลชาติลีล,มาวิกรํ ว ปทนิสฺสิตโมรราชา;
ตํ ธมฺมเทสนรเวนิว ลุทฺทกสฺส,โลกสฺส ปาปผณิโน หนตํ อเสสํ.
ขอพญานกยูงผู้อาศัยพระบาทของพระโลกนาถ แสดงความสง่างามดุจยอดภูเขาทอง จงกำจัดเหล่าอสรพิษคือบาปของชาวโลกให้สิ้นซาก ประดุจเสียงพระธรรมเทศนาที่กำจัดพรานป่าเถิด
๓๓.
๓๓.
สํสารสาครคเต สธเน ชเน เต,เนตมฺปเท กลจตุมฺมุขเหมนาวา;
นิพฺพาณปฏฺฏนวรํ ภรุกจฺฉกนฺตํ,สุปฺปารปณฺฑิต คตา วิย อาสุนาวา.
ขอเรือทองคำสี่หน้าคือพระบาทของพระองค์ จงนำเหล่าชนผู้มีทรัพย์ (คือศรัทธา) ที่ตกอยู่ในมหาสมุทรแห่งสังสารวัฏ ไปสู่ท่าเรือคือนิพพานอันประเสริฐอันน่าปรารถนา ประดุจเรือที่แล่นไปสู่ท่าเรือภรุกัจฉะด้วยความช่วยเหลือของสุปปารกบัณฑิตโดยเร็วพลันเถิด
๓๔.
๓๔.
สมฺโพธิ ญาณ ปริปาจยโต มุนิสฺส,ภตฺโต ยถา หิมวตทฺทิ สมาธิเหตุ;
เอวมฺมเนน ภชตํ หิมวทฺทิปาเท,สมฺโพธิญาณ ปริปาจนเหตุ โหตุ.
ภูเขาหิมพานต์เป็นเหตุแห่งสมาธิของพระมุนีผู้บำเพ็ญโพธิญาณให้แก่กล้า ฉันใด ขอพระบาทรูปภูเขาหิมพานต์นี้ จงเป็นเหตุแห่งการบ่มเพาะโพธิญาณให้แก่กล้าแก่ผู้ที่เลื่อมใสศรัทธา ฉันนั้นเถิด
๓๕.
๓๕.
ทฬฺหํ ปราชิตตยา มุนินา สเรน,สุญฺญสฺสโรปคต ปญฺชร พนฺธโนว;
โส ปาทปญฺชรคโต กรวีกปกฺขี,สพฺเพสมปฺปียาวจญฺชหตา ภวนฺตํ.
ขอนกการเวกที่อยู่ในกรงคือพระบาทนั้น ซึ่งเป็นดุจถูกจองจำอยู่ในกรงที่เงียบสงัดเพราะพ่ายแพ้ต่อพระสุรเสียงของพระมุนีอย่างราบคาบ จงกำจัดวาจาที่ไม่เป็นที่รักของปวงชนให้สิ้นไปเถิด
๓๖.
๓๖.
เต จกฺกวาก มกรา อปิ โกญฺจ ชีวํ,ชีวาทิ ปกฺขิวิสรา สรสีว ภุตฺตํ;
เวสฺสนฺตเรน จรณมฺพุชิ นิพฺภชนฺตา,ชนฺตุ ตหึ วิย ปเท สุรเมนฺตุ นิจฺจํ.
ขอเหล่านกจักรพากษ์ มังกร นกกระเรียน และหมู่นกจีวันชีวกเป็นต้น ที่อาศัยอยู่ในสระบัวคือพระบาท จงรื่นรมย์อยู่ในพระบาทนั้นเสมอ ประดุจหมู่สัตว์ที่รื่นรมย์อยู่ในสระน้ำที่พระเวสสันดรทรงใช้สอยเถิด
๓๗.
๓๗.
ตํ จนฺทกินฺนรคตึว คตสฺส โพธิ,สตฺตสฺส ตสฺส สปชาปติกสฺส ภาวํ;
สํสูจยนฺต ปท กินฺนร กินฺนรี เว,สามคฺคิมคฺค ปฏิ ปตฺติสุ ปาปยนฺตุ.
ขอกินนรและกินรีที่พระบาท ซึ่งแสดงถึงสภาวะของพระโพธิสัตว์ผู้เสวยพระชาติเป็นจันทกินนรพร้อมด้วยพระชายา จงนำปวงชนให้ถึงพร้อมด้วยการปฏิบัติในทางแห่งความสามัคคีเถิด
๓๘.
๓๘.
สํราชธานิมุสโภ วหตคฺค ภารํ,ปีติปฺปโย ปชนเยยฺย สวจฺฉเธนุ;
สสฺเสวิโน อภิรเมนฺตุ ฉกามสคฺคา,ธาเรนฺตุ ฌายิมิห โสฬส ธาตุธามา.
ขอพระบาทนั้นจงเป็นดุจโคอุสภะผู้แบกภาระอันหนักยิ่งแห่งพระนคร จงยังน้ำนมคือความปีติให้บังเกิดดุจแม่โคที่มีลูกอ่อน ขอสวรรค์ทั้ง ๖ ชั้นจงยังผู้บำเพ็ญกุศลให้รื่นรมย์ และขอรูปพรหม ๑๖ ชั้นจงรักษาผู้บำเพ็ญฌานในที่นี้เถิด
๓๙.
๓๙.
สุตฺวา ชินสฺส กรวีก สรมฺมนุญฺญํ,อญฺโญญฺญ ภีติรหิตา อปิ ปจฺจนีกา;
หิตฺวา คตึ วิย ฐิตา ปทสตฺตรูปา,สพฺพํ ภวสฺสิต ชนานคตึ หนนฺตุ.
ขอรูปสัตว์ทั้งหลายที่พระบาท ซึ่งประดิษฐานอยู่นิ่งดุจละการเคลื่อนไหวเพราะได้ฟังพระสุรเสียงอันไพเราะดุจนกการเวกของพระชินเจ้า จนแม้สัตว์ที่เป็นศัตรูกันก็ปราศจากความกลัวต่อกัน จงกำจัดทุคติของหมู่สัตว์ผู้ยังติดอยู่ในภพทั้งปวงเถิด
๔๐.
๔๐.
โสวณฺณ กาหฬ ยุโค ปมมินฺทิราย,สนฺนีรปุปฺผ มุกุโลปมมุสฺสวาย;
นิจฺจํ สุสชฺช ฐปิตํ มุนิ ติฏฺฐตนฺเต,ชงฺฆาทฺวยํ ชนวิโลจน มงฺคลาย.
พระชงฆ์ (แข้ง) ทั้งสองของพระมุนี อุปมาดุจคู่แตรทองคำของพระลักษมี อุปไมยดุจดอกไม้ตูมที่ประดับด้วยน้ำเพื่อการเฉลิมฉลอง ที่ตั้งตระหง่านและจัดเตรียมไว้อย่างดีเสมอ เพื่อเป็นมงคลแก่สายตาของมหาชน
๔๑.
๔๑.
ลขฺยา วิลาส มุกุรทฺวย สนฺนิกาสํ,ตาฑงฺก มณฺฑน วิฑมฺพกมํสุ สณฺฑํ;
ชานุทฺวยํ ลฬิต สาคร พุพฺพลาภํ,โหตํ ชคตฺตย นิชตฺต วิภูสิตุนฺเต.
พระชานุ (เข่า) ทั้งสองของพระองค์ งดงามดุจกระจกเงาคู่ของพระลักษมี มีกลุ่มรัศมีที่รุ่งเรืองดุจเครื่องประดับต่างหู และมีสัณฐานดุจฟองน้ำในมหาสมุทรอันงดงาม จงเป็นเครื่องประดับอันเป็นเอกลักษณ์ในโลกทั้งสามของพระองค์เถิด
๔๒.
๔๒.
ฉทฺทนฺติ ทินฺน วรทนฺต ยุโคปมานา,ตํ หตฺถิ โสณฺฑ กม ปุณฺณ คุณา ตโวรู;
ลีล ปโยธิ สิริ เกฬิ สุวณฺณรมฺภา,ขนฺธาว เทนฺตุ ปริปุณฺณ คุเน ชนานาํ.
พระอุรุ (ต้นขา) ของพระองค์ อุปมาดุจคู่พระทนต์ (งา) อันประเสริฐที่พญาช้างฉัททันต์อุทิศให้ มีคุณลักษณะบริบูรณ์ดุจงวงช้าง และงดงามดุจต้นกล้วยทองคำอันเป็นที่รื่นรมย์ในมหาสมุทรแห่งสิริ จงประทานคุณความดีอันบริบูรณ์แก่ปวงชนเถิด
๔๓.
๔๓.
ชงฺฆกฺข กทฺวฺย สมปฺปิต จิตฺตปาท,จกฺกทฺวยี มนมโนชหโย มุเน เต;
โสนี รโถ สิริวโห มนสา ภิรุฬฺหํ,โลกตฺตยํ สิวปุรํ ลหุ ปาปยาตุ.
พระโสณี (สะโพก) ของพระมุนี เป็นดุจรถผู้นำมาซึ่งสิริ มีเพลาคือพระชงฆ์ มีล้อคู่คือพระบาทที่ประดับด้วยกงจักร มีม้าคือพระทัยอันรวดเร็ว จงนำชาวโลกทั้งสามที่ตั้งมั่นอยู่ในพระทัย ไปสู่เมืองแห่งความสุข (นิพพาน) โดยเร็วพลันเถิด
๔๔.
๔๔.
รมฺโมร ปากฏ ตฏาก ตฏา สวนฺต,โรมาวลี ชล ปนาลิก โกฏิกฏฺฐา;
นาภี คภีร สรสี สิริ เกฬิตา เต,สสฺเสวินํ วฺยสน ฆมฺมมลํ สเมตุ.
พระนาภีของพระองค์ เป็นดุจสระน้ำลึกอันเป็นที่รื่นรมย์แห่งพระสิริ มีแนวพระโลมาเป็นดุจรางน้ำที่ไหลมาจากฝั่งคือพระอุรุอันงดงาม จงกำจัดมลทินคือความทุกข์และความร้อนใจของผู้บำเพ็ญเพียรเถิด
๔๕.
๔๕.
กนฺติจฺฉฏา ลุฬิต รูป ปโยธิ นาภิ,อาวฏฺฏ วฏฺฏิต นิมุชฺชิต สพฺพโลโก;
โสภคฺค โตย นิวหํ วิสโส ปิวิตฺวา,โลกุตฺตราทิ สุข มุจฺฉิตตํ ปยาตุ.
พระนาภีนั้น เป็นดุจน้ำวนในมหาสมุทรแห่งรูปกายที่อบอวลด้วยรัศมีแห่งความงาม อันเป็นที่รวมลงแห่งสัตว์โลกทั้งปวง ขอให้ปวงชนได้ดื่มน้ำแห่งสิริมงคลอย่างเต็มอิ่ม และบรรลุถึงความสุขยิ่งคือโลกุตตรสุขเถิด
๔๖.
๔๖.
คมฺภีร จิตฺตรหทํ ปริปูรยิตฺวา,ตํ สนฺทมาน กรุณมฺพุ ปวาห ตุลฺยา;
โรมาลิวลฺลิหริ นาภิ สุภาลวาลา,เทตํ ลหุํ สิวผลํ ภชตํ มุเน เต.
พระนาภีของพระมุนี เป็นดุจหลุมปลูกต้นไม้ที่งดงาม มีแนวพระโลมาเป็นดุจเถาวัลย์ และเป็นดุจกระแสน้ำแห่งพระกรุณาที่ไหลเอ่อมาจากห้วงน้ำคือพระทัยอันลึกซึ้ง จงประทานผลคือความสุขแก่ผู้ที่เลื่อมใสศรัทธาโดยเร็วพลันเถิด
๔๗.
๔๗.
จารูร สาริผลโก กุฏิลคฺค โลม,ปนฺตี วิภตฺติ สหิโต สิริ เกฬิ สชฺโช;
สคฺคาปวคฺค สุข ชูตก เกฬิ เหตุ,โหตํ ติโลก สุข ชูตก โสณฺฑกานํ.
พระอุระอันงดงามนั้น เป็นดุจกระดานหมากรุกที่ประดับด้วยแนวพระโลมาปลายงอนงาม เป็นที่รื่นรมย์แห่งพระสิริ จงเป็นเหตุแห่งความสุขในสวรรค์และนิพพานแก่เหล่าชนผู้ปรารถนาความสุขในโลกทั้งสามเถิด
๔๘.
๔๘.
คมฺภีร จิตฺต รหโท ทร คาหมาน,เมตฺตาทยา กริ วธู กร สนฺนิ กาสา;
สพฺพงฺคินํ สิวผลํ ตนุ เทว รุกฺเข,สาขา สขา ตว ภุชา ภชตํ ททนฺตุ.
พระพาหาของพระองค์ เป็นดุจกิ่งก้านของต้นกัลปพฤกษ์ที่ประทานผลคือความสุขแก่สัตว์ทั้งปวง และเป็นดุจงวงของนางช้างคือเมตตาและกรุณาที่กำลังหยั่งลงในห้วงน้ำคือพระทัยอันลึกซึ้ง จงประทานผลคือความสุขแก่ผู้ที่เลื่อมใสศรัทธาเถิด
๔๙.
๔๙.
นิหาร พินฺทุ สหิตคฺคทโลป โสภิ,พฺยาลมฺพ รตฺต ปทุมทฺวย ภงฺคิ ภาชา;
ปาปาริสีสลุนเตนิว รตฺต รตฺตา,รตฺตา กรา ตว ภวุมฺภุวิ มงฺคลาย.
พระหัตถ์สีแดงของพระองค์ งดงามดุจดอกบัวแดงคู่ที่ห้อยลงมาประดับด้วยหยาดน้ำค้าง และแดงระเรื่อดุจถูกย้อมด้วยเลือดจากการตัดศีรษะของศัตรูคือบาป จงเป็นมงคลแก่ชาวโลกในพื้นปฐพีนี้เถิด
๕๐.
๕๐.
รุปสฺสิรี จริต จงฺกม วิพฺภมา เต,ปิฏฺฐี ยถา กลล มุทฺธนิ เสตุ ภูตา;
เอวํ ภวณฺณว สมุตฺตรณาย เสตุ,โหตมฺมหากนก สํกม สนฺนิกาสา.
พระปฤษฎางค์ (หลัง) ของพระองค์ เป็นดุจสะพานทองคำอันยิ่งใหญ่ที่ทอดข้ามโคลนตม และมีความงามแห่งรูปกายในยามเยื้องกราย ฉันใด ก็ขอจงเป็นสะพานเพื่อข้ามพ้นมหาสมุทรแห่งภพ ฉันนั้นเถิด
๕๑.
๕๑.
สทฺธมฺม เทสน มโนหร เภรินาท,สํจารเณ สิวปุรํ วิสิตุํ ชนานํ;
คีวา สุวณฺณมย จารุ มุติงฺค เภริ,ภาวมฺภชา ภวตุ ภูต วิภูติยา เต.
พระศอของพระองค์ งดงามดุจกลองมุทิงคะทองคำ จงเป็นเครื่องประกาศความรุ่งเรืองแห่งความจริง เพื่อป่าวประกาศเสียงกลองแห่งพระสัทธรรมอันไพเราะ นำพาปวงชนเข้าสู่เมืองแห่งความสุข (นิพพาน) เถิด
๕๒.
๕๒.
ลขี นิวาส วทนมฺพุช มตฺต นินฺน,มากฑฺฒยํ ชน วิโลจน จญฺจรีเก;
โสรพฺภ ธมฺม มกรนฺท นิสนฺทมานํ,ปิเณตุ เตน สรเสน สภา ชเน เต.
พระพักตร์อันเป็นที่สถิตแห่งพระสิริ ดุจดอกบัวที่ดึงดูดหมู่ผึ้งคือสายตาของมหาชน จงหลั่งน้ำหวานคือพระธรรมอันหอมหวาน และจงยังชนทั้งหลายในที่ประชุมนี้ให้เอิบอิ่มด้วยรสแห่งพระธรรมนั้นเถิด
๕๓.
๕๓.
ลขี สมารุหิต วตฺตรเถ รถงฺค,ทฺวนฺทานุ การิ มิค ราช กโปล ลีลํ;
ตาทงฺก มณฺฑลยุคํ วิย กณฺณภาชํ,คณฺฑตฺถลทฺวฺยมลํกุรุตํ ชนตฺเต.
พระปราง (แก้ม) ทั้งสองของพระองค์ อุปมาดุจคู่ล้อรถที่พระลักษมีประทับอยู่ มีความสง่างามดุจแก้มของพญาสิงห์ และเป็นดุจคู่ต่างหูที่ประดับกรรณ จงเป็นเครื่องประดับอันงดงามแก่ปวงชนเถิด
๕๔.
๕๔.
ลาวณฺณ มณฺณว ปวาฬ ลตา ทฺวยาภํ,ตนฺเทห เทว ตรุ ปลฺลว กนฺเต มนฺตํ;
วตฺตารวินฺท มกรนฺท ปราชิโสภํ,รตฺตาธรทฺวยมโธ กุรุตํ ชนาฆํ.
ริมฝีปากสีแดงทั้งคู่ของพระองค์นั้น มีความรุ่งเรืองดุจเถาวัลย์ปะการังในมหาสมุทรแห่งความงาม มีความงดงามดุจยอดอ่อนของต้นไม้ทิพย์ มีความงามข่มเสียซึ่งน้ำหวานจากดอกบัว ขอจงขจัดบาปของมหาชนให้พินาศไปเถิด
๕๕.
๕๕.
อุณฺณา สกุนฺติคต มตฺถก นตฺถุ กูป,สุพฺภู ลการ สหิโตฏฺฐ ปวาฬ นาวา;
คตฺตุตฺตรรณฺณว คตา ตว ชนฺตุกานํ,โหตํ ภวณฺณว สมุตฺตรนย นาถ.
พระอุณาโลมนั้นประดุจบ่อน้ำบนยอดเขาที่นกบินไปถึง มีขนคิ้วอันงามและริมฝีปากดุจเรือปะการัง ข้าแต่พระองค์ผู้เป็นที่พึ่ง ขอจงเป็นเรือเพื่อนำพาสัตว์ทั้งหลายผู้ตกอยู่ในมหาสมุทรคือร่างกาย ให้ข้ามพ้นมหาสมุทรแห่งภพเถิด
๕๖.
๕๖.
อิสํ วิกาส ปทุโมทร เกสราลิ,ลีลา วินทฺธ รุจิรา ตว ทนฺต ปนฺติ;
วานี วธู ธริต มาลติ มาลฺย ตุลฺยา,ตสฺสํ ชานสฺส มนรญฺชน มาจเรยฺย.
แถวพระทนต์ของพระองค์อันงดงามสม่ำเสมอ ประดุจแถวเกสรในกลางดอกบัวที่บานน้อยๆ ประดุจพวงมาลัยดอกมะลิที่นางวานีถือไว้ ขอจงยังความรื่นรมย์ให้เกิดแก่ใจของมหาชนเถิด
๕๗.
๕๗.
สทฺธมฺม นิชฺฌร สุรตฺต สิลาตลาภา,ชิวฺหา วจี นฏ วธู กล รงฺค ภูตา;
สทฺธมฺม เสฏฺฐ ตรณี นิหิตปฺปิยา เต,สํสาร สาคร สมุตฺตรณาย โหตุ.
พระชิวหาของพระองค์มีสีแดงสดใสประดุจแผ่นหินที่น้ำตกคือพระสัทธรรมตกลงมา เป็นดุจเวทีการแสดงของนางรำคือพระวาจา ขอพระชิวหานั้นจงเป็นเรือพระสัทธรรมอันประเสริฐที่ทรงประทานไว้เพื่อข้ามมหาสมุทรแห่งสังสารวัฏเถิด
๕๘.
๕๘.
ทนฺตํสุ กญฺจุกีต รตฺตธโร ปธาเน,ชิวฺหา สุรตฺต สยเน มุข มนฺทิรฏฺเฐ;
อาโมกฺข มุตฺติ วธุยา สยิตาย ตุยฺหํ,กุพฺพนฺตุ สํคม มลํ ชน โสตุ กามิ.
ริมฝีปากสีแดงที่ห่อหุ้มรัศมีแห่งพระทนต์ไว้ และพระชิวหาอันแดงสดใสที่ประดิษฐานอยู่บนที่นอนในวิมานคือพระโอษฐ์ ขอจงเป็นเครื่องกำจัดมลทินคือการข้องแวะของมหาชนผู้ปรารถนาจะฟังธรรม เพื่อการร่วมภิรมย์กับนางคือความหลุดพ้นเถิด
๕๙.
๕๙.
อุณฺณา ตถาภินว ปตฺต วราภิ รามา,ลีโลลฺลสนฺต ภมุกทฺวย นีล ปตฺตา;
ฆาโนรุ จารุ กทลี วทนา ลวาลา,ตุยฺหํ ปวตฺตตุ จิรํ ชน มงฺคลาย.
พระอุณาโลมของพระองค์งดงามดุจใบไม้ใหม่ที่ประเสริฐ ขนคิ้วทั้งคู่ที่ไหวระยับดุจใบไม้สีเขียวเข้ม พระนาสิกอันงามดุจต้นกล้วย และพระพักตร์ดุจหลุมรดน้ำต้นไม้ ขอสิ่งเหล่านี้ของพระองค์จงดำรงอยู่สิ้นกาลนานเพื่อความสุขสวัสดีของมหาชนเถิด
๖๐.
๖๐.
พาลตฺถลี หริ สิลาตล ปิฏฺฐิกฏฺฐ,ภูวลฺลริทฺวย มยูร ยุคสฺส ตุยฺหํ;
ปญฺจปฺปภา รุจิร ปิจฺฉ ยุคสฺสิรีกํ,เนตฺตทฺวยํ มนสิ ปุญฺฉตุ ปาปธูลึ.
พระเนตรทั้งคู่ของพระองค์ประดุจดังนกยูงคู่หนึ่งที่อยู่บนแผ่นหินสีเขียวคือพระนลาฏ มีขนหางอันงดงามด้วยรัศมี ๕ ประการ มีขนคิ้วดุจเถาวัลย์ ขอจงปัดเป่าธุลีแห่งบาปออกจากใจของมหาชนเถิด
๖๑.
๖๑.
อินฺทีวรานฺตคต ภิงฺคิก ปนฺติ ภงฺคิ,ปญมฺพุชสฺสรตเต วิย คจฺฉปนฺตี;
เนตฺตมฺพุชสฺสิริ ติโรกรณีว ตุยฺหํ,ปมฺหาวลี สิริคเตห ติโร กโรนฺตุ.
แถวพระโลมจักษุ (ขนตา) ของพระองค์ ประดุจดังแถวของหมู่ภมรที่เกาะอยู่ที่ขอบดอกบัวขาบ และประดุจดังแถวของนกเป็ดน้ำที่ฝั่งสระบัว ขอจงเป็นดุจม่านที่ปิดบังความงามแห่งพระเนตรอันประดุจดอกบัวเถิด
๖๒.
๖๒.
วตฺตุลฺลสมฺพุช วิโลจน หํส ตุณฺฑ,กญฺชํสุ ปิญฺชร มุลาล ลตา ทฺวฺยาภํ;
โทลาทฺวยํว สวณทฺวฺยมตฺต ลกฺขฺยา,โหตํ ตวชฺช ชนตา มติจารเหตุ.
พระกรรณทั้งคู่ของพระองค์ประดุจดังปากหงส์ที่จิกดอกบัวคือพระเนตรอันกลมมน ประดุจดังก้านบัวสีทอง และประดุจดังชิงช้าคู่หนึ่ง ขอจงเป็นเหตุแห่งการดำเนินไปของปัญญาของมหาชนในวันนี้เถิด
๖๓.
๖๓.
วมฺมีก มตฺถก สยานก ภูริทตฺต,โภคินฺท โภควลิ วิพฺภมมา วหนฺติ;
ฆาโนปริฏฺฐิตมุเน ตว ตุณฺณมุณฺณา,ตคฺคาหิโน วิย ชนสฺส ททาตุ วิตฺตํ.
พระอุณาโลมที่อยู่เหนือพระนาสิกของพระองค์ผู้เป็นมุนี ประดุจดังพญานาคภูริทัตต์ผู้นอนอยู่บนยอดจอมปลวก แสดงความงามแห่งขนดกาย ขอจงประทานทรัพย์แก่ชนผู้ยึดถือพระองค์ประดุจดังพญานาคเถิด
๖๔.
๖๔.
รูปินฺทิราย วิชเย ขิล โลก รูปํ,ฆาโณรุ จารุ ปริโฆปริ พทฺธ สิทฺธา;
นีลาภ วาต วิลุถนฺต วยทฺธชาภา,ติฏฺฐนฺตุ สชฺช ทุริตาริ ชยาย เต ภู.
พระขนคิ้วของพระองค์ประดุจดังธงสีน้ำเงินที่โบกสะบัดตามลม ซึ่งผูกไว้เหนือลิ่มประตูอันงามคือพระนาสิก เพื่อชัยชนะเหนือรูปทั้งปวงในโลกของพระองค์ผู้เป็นจอมแห่งรูป ขอจงดำรงอยู่เพื่อชัยชนะเหนือข้าศึกคือบาปในวันนี้เถิด
๖๕.
๖๕.
อุณฺณสฺสิโตปล นิเวสิต พุนฺท สนฺธิ,ฆาโณรุ ปิณฺฑกมฆา ตป รุนฺธิตุนฺเต;
โหตมฺมุขมฺพุช สิรี สิรสุสฺสิตาภํ,ภู นีล ปฏฺฏิก ลลาต สุวณฺณ ฉตฺตํ.
พระนลาฏของพระองค์ประดุจดังร่มทองคำที่มีแถบสีน้ำเงินคือพระขนคิ้ว มีความงามแห่งพระพักตร์ประดุจดอกบัว มีพระอุณาโลมประดุจมณีที่ประดับไว้บนยอด และมีพระนาสิกเป็นด้ามร่ม ขอจงกั้นความร้อนคือบาปของพระองค์เถิด
๖๖.
๖๖.
รุปงฺก เวทน วิโลจน พาน ทิฏฺฐี,ธารา นิสาน มณิวฏฺฏ สิรี สิโร เต;
สิทฺธา มโตสธ กตญฺชน ปุญฺช ลกฺขี,โหตํ ชนสฺส นยนามย นาสนาย.
พระเนตรของพระองค์ประดุจดังลูกศรคือการเห็นที่ทำให้เกิดความรู้สึกในรูป มีความคมที่ลับแล้วบนหินลับคือพระนลาฏอันกลมมน ประดุจดังยาหยอดตาอันเป็นอมตะที่สำเร็จแล้วอันเป็นกองแห่งบุญ ขอจงเป็นเครื่องกำจัดโรคตา (กิเลส) ของมหาชนเถิด
๖๗.
๖๗.
สกฺขนฺธ พาหุยุค โตรน มชฺฌ คีวา,ธรปฺปิตสฺสิริฆโต ปริ มุสฺสวาย;
นีลุปฺปลาว ฐปิตา สวิภตฺติ กนฺเต,เกสา ภวนฺตุ ภุวนตฺตย มงฺคลาย.
พระเกศาของพระองค์ประดุจดังดอกอุบลสีน้ำเงินที่วางไว้บนหม้อน้ำอันเป็นสิริคือพระศอ ซึ่งตั้งอยู่ท่ามกลางซุ้มประตูคือพระอังสะและพระพาหาทั้งคู่ ขอพระเกศาอันงดงามนั้นจงเป็นไปเพื่อความสุขสวัสดีแก่โลกทั้งสามเถิด
๖๘.
๖๘.
เหมคฺฆิเย ฐปิต นีล สิลา กปาเล,ปชฺโชต ชาล ลลิตํ มุนิ สารยนฺตี;
รูปสฺสิรี สิรสิ ภูสิต เหม มาลา,การา กโรตุ สุภคํ ตว เกตุ มาลา.
พระเกตุมาลาของพระองค์ประดุจดังพวงมาลัยทองคำที่ประดับบนพระเศียร อันประดุจบาตรหินสีน้ำเงินที่วางอยู่บนแท่นทองคำ ส่องสว่างด้วยข่ายแห่งรัศมี ขอพระเกตุมาลานั้นจงบันดาลความโชคดีให้แก่พระองค์เถิด
๖๙.
๖๙.
ภฺยามปฺปภาลิ ตว กญฺจน โมร กาเล,สุโรทเย วิตต จนฺทก จกฺกลกฺขี;
เมฆาวนทฺธ สิขรุนฺนต เหม เสลา,ยนฺตินฺทจาป วิกตีว ททาตุ โสภํ.
พระรัศมีอันซ่านออกไปรอบพระวรกายของพระองค์ ประดุจดังวงล้อแห่งขนหางนกยูงทองที่แผ่ออกในยามพระอาทิตย์ขึ้น และประดุจดังรุ้งกินน้ำที่ปรากฏเหนือยอดเขาทองคำอันถูกปกคลุมด้วยเมฆ ขอจงประทานความงดงามเถิด
๗๐.
๗๐.
ปฏฺฐาย เต ปณิธิโต สุจิ ทาน สีล,เนกฺขมฺม ปญฺญ วิริยกฺขม สจฺจธิฏฺฐา;
เมตฺตา อุเปกฺขิติ อิเม ทส ปูรโตว,ปูเรนฺตุ ปารมิ คุณา ชนตานมตฺเต.
นับแต่พระองค์ทรงตั้งปณิธานมา บารมี ๑๐ ประการ คือ ทาน ศีล เนกขัมมะ ปัญญา วิริยะ ขันติ สัจจะ อธิษฐาน เมตตา และอุเบกขา อันบริสุทธิ์เหล่านี้ ขอคุณแห่งบารมีทั้งหลายจงยังประโยชน์ให้เต็มเปี่ยมแก่หมู่ชนทั้งหลายเถิด
๗๑.
๗๑.
ปตฺตุตฺตรุตฺตรทสา ปณิธาน พีชา,เจโตรธราย กรุณา ชล เสข วุทฺธา;
สพฺพญฺญุ ญาณ ผลทา สติ วาฏ คุตฺตา,ตํ สมฺผลนฺทิสตุ ปารมิตา ลตา เต.
เถาวัลย์คือบารมีของพระองค์ มีเมล็ดคือปณิธานอันประเสริฐยิ่ง เจริญงอกงามด้วยการรดน้ำคือพระกรุณาลงบนแผ่นดินคือพระหฤทัย ให้ผลคือพระสัพพัญญุตญาณ มีรั้วคือพระสติคอยคุ้มกัน ขอเถาวัลย์นั้นจงเผล็ดผลแก่ชาวโลกเถิด
๗๒.
๗๒.
อาโพธิ ปุณฺณมิ ปทิฏฺฐ ทินาทิโต เต,สมฺภาร กาล สิต ปกฺข กมาภิ วุทฺโธ;
สมฺปุณฺณ ปารมิ คุณามตรํสิ ตํว,สพฺพงฺคิ กุนฺท กุมุทานิ ปโพธเยยฺย.
นับแต่วันที่ทรงตั้งปณิธานจนถึงวันเพ็ญแห่งการตรัสรู้ บารมีของพระองค์ได้เจริญขึ้นตามลำดับดุจข้างขึ้นในกาลแห่งการสั่งสมบารมี ขอพระจันทร์คือคุณแห่งบารมีอันเต็มเปี่ยมและเป็นอมตะนั้น จงยังดอกมะลิและดอกบัวคืออวัยวะทุกส่วนให้เบ่งบานเถิด
๗๓.
๗๓.
อาปจฺฉิมพฺภว สิวปฺผล ลาภ ทานา,ทานปฺปพนฺธมปิทาน ผลปฺปภนฺทํ;
สํวฑฺฒยิ ตฺวํ อภิปตฺถนโต ยเถวํ,ชนฺตุตฺตรุตฺตร ผลํ ขลุ สมฺภุนนฺตุ.
พระองค์ทรงบำเพ็ญทานต่อเนื่องมาจนถึงการประทานผลอันเป็นมงคลในภพสุดท้าย ทรงยังกระแสแห่งทานและกระแสแห่งผลทานให้เจริญขึ้นตามความปรารถนาฉันใด ขอหมู่สัตว์จงบรรลุผลอันยิ่งๆ ขึ้นไปฉันนั้นเถิด
๗๔.
๗๔.
อารมฺภโตปฺปภุติ ยาว ตวคฺคมคฺคา,วิกฺขาลิต ฆกลุสํ สุจิ สีล โตยํ;
เมตฺตา ทยา มธุร สีตลตายุเปตํ,โสเธตุ ตฺวํว ภว นิสฺสิต ชนฺตุ เมตํ.
นับแต่เริ่มต้นจนถึงอริยมรรคอันสูงสุด น้ำคือศีลอันบริสุทธิ์ของพระองค์ได้ชำระล้างมลทินคือบาป เป็นน้ำที่ประกอบด้วยความเย็นและหวานคือเมตตาและกรุณา ขอจงชำระล้างเหล่าสัตว์ผู้ติดอยู่ในภพนี้ให้บริสุทธิ์เช่นเดียวกับพระองค์เถิด
๗๕.
๗๕.
อาปจฺจิมตฺตมภินิกฺขมนาภิโยคา,ปฏฺฐาย ตมฺปภวโต ปริปุณฺณ เคหา;
ตฺวํ สพฺพ ชาติ คหโต อปิ นิกฺขมิตฺโถ,เอวํ ชนา ภว ทุขา ขลุ นิกฺขมนฺตุ.
นับแต่การประกอบความเพียรเพื่อเสด็จออกบรรพชาครั้งสุดท้าย พระองค์ได้เสด็จออกจากเรือนอันพรั่งพร้อม และได้เสด็จออกจากเรือนคือชาติทั้งปวง ขอหมู่ชนจงพ้นจากทุกข์ในภพอย่างแท้จริงเช่นนั้นเถิด
๗๖.
๗๖.
เอกคฺคโต ปล ตเล นิสิตา จิรนฺธิ,ธารา สุจิตฺตุ สุตเล สติ ทณฺฑ พทฺเธ;
นิพฺพิชฺฌิ ลกฺขณ ธนุฏฺฐิติ สนฺติ ลกฺขํ,ขิตฺตา ตโยนมนุ วิชฺฌตุ ชนฺตุ ขิตฺตา.
พระปัญญาของพระองค์ที่ลับคมดีแล้วบนแผ่นหินคือเอกัคคตา มีปลายอันคมกริบติดอยู่บนคันธนูคือพระสติ ได้แทงทะลุเป้าหมายคือความสงบ ขอพระปัญญาที่พระองค์ทรงใช้แล้วนั้น จงแทงทะลุ (กิเลส) ของหมู่สัตว์ทั้งหลายเถิด
๗๗.
๗๗.
ตฺวํ ปารมี ชล นิธึ จตุริห พาหุ,สตฺตีหิ สุตฺตริ จิรํ ชนโกว สินฺธุํ;
สมฺปนฺน วิกฺกม ผโลสิ ยถา จโสว,เอวํ ชนา วิริยตปฺผลเม ธยนฺตุ.
พระองค์ทรงข้ามมหาสมุทรคือบารมีด้วยพระพาหาคือความเพียร ๔ ประการ ตลอดกาลนานดุจพระมหาชนกทรงข้ามมหาสมุทร และทรงบรรลุผลแห่งความเพียรอันสมบูรณ์ฉันใด ขอหมู่ชนจงบรรลุผลแห่งความเพียรนั้นฉันนั้นเถิด
๗๘.
๗๘.
สตฺต ปรธ ทหเนสุ จิรํ สุธนฺตํ,ขนฺตี สุวณฺณ กต รูป สมนฺติมตฺตา;
สพฺพา ปราธมสหิ ตฺวํอสยฺหเมวํ,สพฺเพ ชนาปิ ขมเนน ภชนฺตุ สนฺตึ.
พระขันติของพระองค์ประดุจทองคำที่หลอมดีแล้วในไฟคือการอดทนต่อความผิดของเหล่าสัตว์ ทรงอดทนต่อความผิดทั้งปวงที่ยากจะอดทนได้ฉันใด ขอหมู่ชนทั้งหลายจงเข้าถึงความสงบด้วยความอดทนฉันนั้นเถิด
๗๙.
๗๙.
ลกฺขาธิกํ จตุร สํขิย กปฺป กาลํ,สจฺเจน สุฏฺฐุ ปริภาวิต วาจิโน เต;
วาจาย สจฺจ ผุสิตาย สเมนฺติ ชนฺตุ,เอวํ วิสุทฺธ วจนา ชนตา ภวนฺตุ.
ตลอดกาลเวลา ๔ อสงไขยแสนกัป พระวาจาของพระองค์ทรงอบรมดีแล้วด้วยสัจจะ หมู่สัตว์ย่อมสงบระงับได้ด้วยพระวาจาที่ประกอบด้วยสัจจะ ขอหมู่ชนทั้งหลายจงเป็นผู้มีวาจาอันบริสุทธิ์เช่นนั้นเถิด
๘๐.
๘๐.
อาทินฺน ธมฺม มหิยตฺถิร สุปฺปติฏฺฐา,ธิฏฺฐาน ปารมิ มหา วชิรทฺทิ ตุยฺหํ;
สตฺเตน เกน ปิ ยถาหิ อเภชฺช เนชฺโช,เอวํ ชนาปิ กุสเลสุ อธิฏฺฐ หนฺตุ.
อธิษฐานบารมีอันยิ่งใหญ่ของพระองค์ ประดุจดังภูเขาเพชรที่ตั้งมั่นอยู่ในแผ่นดินแห่งธรรม ซึ่งไม่มีใครสามารถทำลายและทำให้หวั่นไหวได้ ขอให้ชนทั้งหลายจงตั้งมั่นอยู่ในกุศลเช่นกัน
๘๑.
๘๑.
ตฺวํ สพฺพ สตฺต จิรภาวิต เมตฺต จิตฺต,โตเยหิ สํสมิต โกธ มหา หุตาโส;
โลกุตฺตรํ ตทิตรํ หิตมาวหิตฺโถ,เอวํ ชเนสุ ชนตา หิตมาวหนฺตู.
พระองค์ผู้มีเมตตาจิตที่ทรงเจริญมานานแก่สัตว์ทั้งปวง ได้ทรงดับไฟคือความโกรธอันยิ่งใหญ่ด้วยน้ำคือเมตตา ได้ทรงนำมาซึ่งประโยชน์ทั้งโลกุตตระและโลกิยะ ขอให้ชนทั้งหลายจงนำมาซึ่งประโยชน์แก่หมู่ชนเช่นกัน
๘๒.
๘๒.
มิตฺโตปการ ปฏิปกฺข ชนาปกาเร,ตฺวํ นิพฺพิการ มนโส จิรภาวนาย;
ปตฺโตสิลาภ ปภุตฏฺฏุสุ นิพฺพิการํ,เอวํ ชนานุนย โกป นุทา ภวนฺตุ.
พระองค์ได้ทรงเจริญอุเบกขามานานด้วยจิตอันไม่หวั่นไหวในบุคคลผู้เป็นมิตรที่ช่วยเหลือและในบุคคลผู้เป็นศัตรูที่ทำร้าย ได้ทรงบรรลุความไม่หวั่นไหวในโลกธรรมมีลาภเป็นต้น ขอให้ชนทั้งหลายจงเป็นผู้กำจัดความยินดีและความยินร้ายเช่นกัน
๘๓.
๘๓.
สมฺปนฺน เหตุ วิภโว ตุสิเต วิมานํ,ยุตฺตํ คุเณหิ นวภิปฺปทวี วิมานํ;
ตฺวํ วาธิปรมิธิโรหินิยา ติโลโก,อาโรหตุ ภย สุขํ ปทวี วิมานํ.
พระองค์ผู้ทรงเป็นใหญ่ในโลกทั้งสามด้วยบารมี ได้ทรงเสด็จขึ้นสู่สวรรค์ชั้นดุสิตอันเป็นวิมานที่สมบูรณ์ด้วยเหตุแห่งความเจริญ อันประกอบด้วยคุณธรรมเก้าประการ ขอจงเสด็จขึ้นสู่หนทางแห่งความสุขที่ปราศจากภัย
๘๔.
๘๔.
ตฺวํเวรหํสิ สมพุชฺฌิ ยถาจ สมฺมา,สมฺปนฺน วิชฺช จรโณ สุคโตสิ โหนฺตุ;
โลกํ วิโท ปุริสทมฺมสุสารถี สิ,สตฺถาสิ พุชฺฌิ ภควา สิ ตเถว ชนฺตุ.
พระองค์เป็นพระอรหันต์ ได้ทรงตรัสรู้ชอบด้วยพระองค์เอง เป็นผู้ถึงพร้อมด้วยวิชชาและจรณะ เป็นพระสุคต เป็นผู้รู้แจ้งโลก เป็นสารถีฝึกบุรุษที่ควรฝึกได้อย่างยอดเยี่ยม เป็นพระศาสดา เป็นผู้รู้ เป็นพระผู้มีพระภาค ขอให้สัตว์ทั้งหลายจงเป็นเช่นนั้นเถิด
๘๕.
๘๕.
สจฺจิตฺต ภู นิทหิตํ ชนตาย ตุยฺหํ,กลฺยาณวณฺณรตนณฺณวชาติภินฺนํ;
ทุกฺขคฺคิ โจร ชลุปทฺทุตชาติ เคเห,ตสฺสา สุขํ ภวตุ ชีวิตุมาปทาย.
พระธรรมของพระองค์ ประดุจดังขุมทรัพย์ที่ฝังไว้ในแผ่นดินคือจิตของตนเพื่อมหาชน ซึ่งแตกต่างด้วยรัตนะหลากสีที่เกิดในมหาสมุทร ในเรือนคือการเกิดที่ถูกภัยจากไฟคือทุกข์ โจร และน้ำเบียดเบียน ขอให้ชีวิตของชนเหล่านั้นจงมีความสุขปราศจากอุปัทวันตรายเถิด
๘๖.
๘๖.
วาจา วิจิตฺต วร ตนฺตุ คตงฺคิ กณฺเฐ,สฺวา มุตฺต สคฺคุณ มหา รตนา วลี เต;
เววณฺณิ ยตฺตนิ ภวํ สกลมฺปหาย,โหตญฺชนสฺส สิริ สงฺคม มงฺคลาย.
พระวาจาอันวิจิตรของพระองค์ ประดุจดังพวงมาลัยแห่งรัตนะอันยิ่งใหญ่ที่ร้อยเรียงด้วยด้ายอันประเสริฐที่คล้องอยู่ที่คอ ซึ่งงดงามด้วยคุณธรรมอันประเสริฐ ขอจงละทิ้งความแตกต่างทั้งปวงในภพนี้ ขอจงเป็นไปเพื่อความสิริมงคลแก่ชนทั้งหลายเถิด
๘๗.
๘๗.
ตํ สคฺคุณตฺถว ทหฏฺฐ สุติปฺปนาลิ,นิสฺสนฺทมาน คุณนีร นิปาน ตินฺเต;
เขตฺเตตฺต สญฺญินิ ชนา กต โลม หํส,พีชงฺกุรี กุสล สสฺส ผลํ ลภนฺตุ.
พระธรรมของพระองค์ ประดุจดังท่อระบายน้ำที่ไหลออกมาจากบ่อน้ำคือการสรรเสริญคุณธรรม ซึ่งชุ่มชื้นด้วยน้ำคือคุณธรรม ขอให้ชนทั้งหลายผู้มีขนลุกชันด้วยความปีติในธรรม จงได้รับผลคือพืชพันธุ์แห่งกุศลเถิด
๘๘.
๘๘.
อาปายิกปฺปภุติ ทุกฺข นิทาฆ กาล,สนฺตาปิตา นิขิล โลก มโน กทมฺพา;
ตํ วงฺณ เมฆ ผุสนา หสนงฺกุเรหิ,อิทฺธา ภวนฺตุ มติ วลฺลริ เวลฺลีตา เต.
ในกาลที่เร่าร้อนด้วยทุกข์ในอบายภูมิเป็นต้น ที่ยังจิตใจของหมู่สัตว์โลกทั้งปวงให้เร่าร้อน ขอเถาวัลย์คือปัญญาของท่านจงเจริญงอกงามด้วยการสัมผัสแห่งเมฆคือวรรณะนั้น และด้วยหน่อคือรอยยิ้มเถิด
๘๙.
๘๙.
เหตุทฺทสา ผลทสา สมวฏฺฐิตํ ตํ,สพฺพตฺถ สตฺต หิตมาวหเณน สิทฺธํ;
จินฺตาปถาติคนุภาว วิภาวนนฺเต,ภูตานมตฺถุ จริตพฺภุตมตฺถ สิธฺยา.
ธรรมนั้นตั้งอยู่ด้วยการแสดงเหตุและแสดงผล สำเร็จแล้วด้วยการนำมาซึ่งประโยชน์แก่สัตว์ทั้งปวงในทุกที่ มีอานุภาพล่วงพ้นวิสัยแห่งความคิด ขอความสำเร็จแห่งประโยชน์อันอัศจรรย์ในจริยาของสัตว์ทั้งหลายจงมีเถิด
๙๐.
๙๐.
องฺคารกาสุมภิลงฺฆิย ทาน กาเล,ภตฺตตฺตโน ปท ปฏิจฺฉก ปงฺกชา จ;
ยาตกฺขเณ ตว ปเท ธฏมุฏฺฐหิตฺวา,ปงฺเกรุหาํ สิว มธุํ สรตํ ททนฺตุ.
ในกาลที่ท่านก้าวข้ามหลุมถ่านเพลิงเพื่อถวายทาน และดอกบัวที่รองรับพระบาทของท่าน ในขณะที่ท่านก้าวไป ดอกบัวเหล่านั้นผุดขึ้นรองรับพระบาทของท่าน ขอให้ดอกบัวเหล่านั้นจงให้น้ำผึ้งอันเป็นมงคลแก่ผู้ระลึกถึงเถิด
๙๑.
๙๑.
สจฺเจน มจฺฉ ปติ วสฺสิต วสฺสธารา,สตฺเต ทยาย ตว วสฺสิต วสฺสธารา;
คิมฺเห ชนสฺส สมยึสุ ยถา ตถาตา,ธมมฺพุวุฏฺฐิว สเมนฺตุ กิเลส ทาเห.
สายฝนที่ตกด้วยสัจจะของพญาปลา และสายฝนที่ตกด้วยความเอ็นดูของท่านแก่สัตว์ทั้งหลาย ได้ยังความสงบเย็นแก่หมู่ชนในฤดูร้อนฉันใด ขอให้ฝนคือพระธรรมจงยังความสงบเย็นแก่ความเร่าร้อนแห่งกิเลสฉันนั้นเถิด
๙๒.
๙๒.
ฉทฺทนฺต นาค ปตินา ขมตา ปราธํ,เฉตฺวา กเร ฐปิต ทนฺตวราว ลุทฺทํ;
โลเก หิตาย ฐปิตา ตว ทนฺต ธาตุ,เสฏฺฐา ชนํ สิว ปุรํ ลหุ ปาปยนฺตุ.
พญาช้างฉัททันต์ได้อดทนต่อความผิดของพรานผู้ตัดงาอันประเสริฐแล้ววางไว้ในมือฉันใด พระธาตุเขี้ยวแก้วของท่านที่ประดิษฐานไว้เพื่อประโยชน์แก่โลก ขอจงนำหมู่ชนไปสู่เมืองอันเกษมโดยพลันเถิด
๙๓.
๙๓.
ตํ เตมิยาขฺย ยติโนสฺสม มาลกมฺหิ,โอกิณฺณ มุตฺต กนกา วุช วิปฺปกิณฺณา;
การุญฺญ วาริท จุโต ทก พินฺทุ พนฺธู,ธาตุ สเมนฺตุ ตว ชนฺตุสุ ทุกฺขทาเห.
ในศาลาที่ประทับของพระเตมีย์ดาบส ที่มีดอกบัวทองคำอันบริสุทธิ์โปรยปรายอยู่ ดุจหยาดน้ำที่ตกลงมาจากเมฆคือพระกรุณา ขอพระธาตุของท่านจงยังความสงบเย็นแก่ความเร่าร้อนแห่งทุกข์ในหมู่สัตว์เถิด
๙๔.
๙๔.
รฏฺฐสฺส อตฺถ จรณาย อสมฺมุขสฺส,ราเมน ทินฺน ติณ สํขต ปาทุกาว;
ภุตฺตา ตยา จิรมสมฺมุข นาคตสฺส,โลกสฺส อตฺถมนุ ติฏฺฐตุ ปตฺต ธาตุ.
เพื่อประโยชน์แก่การบำเพ็ญประโยชน์แก่แว่นแคว้นในยามที่ไม่อยู่ ดุจรองเท้าที่ทำด้วยหญ้าที่พระรามประทานให้ พระธาตุบาตรที่ท่านทรงใช้มานานเพื่อประโยชน์แก่โลกในยามที่พระองค์ไม่อยู่แล้ว ขอจงตั้งอยู่เพื่อประโยชน์แก่โลกเถิด
๙๕.
๙๕.
วุตฺโต ชนานมุปทิสฺส วราห รญฺญา,สตฺถึ สหสฺส สรทํ วิย ญาย ธมฺโม;
อาเทยฺย เหยฺยมุปทิสฺส ตยา ปวุตฺโต,ธมฺโม ปวตฺตตุ จิรํ ชนตา หิตาย.
พระธรรมที่พระราชาผู้ประเสริฐตรัสสอนแก่หมู่ชน ดุจพระธรรมที่ทรงแสดงมาหกหมื่นปี พระธรรมที่ท่านทรงแสดงเพื่อสอนสิ่งที่ควรรับและควรละ ขอพระธรรมนั้นจงดำรงอยู่ยืนนานเพื่อประโยชน์แก่หมู่ชนเถิด
๙๖.
๙๖.
มาราริ มทฺทน หิตาธิคมํ กโรตา,ภตฺโต ตยา วร มหา ชย โพธิ ราชา;
สคฺคา ปววคฺค หิตเหตุ ชนสฺส หนฺตฺวา,สพฺพนฺตรายมิห ติฏฺฐตุ สุฏฺฐุ สชฺโช.
พระมหาโพธิพฤกษ์อันประเสริฐที่ท่านทรงบำรุงแล้ว เพื่อประโยชน์ในการปราบมารและบรรลุประโยชน์ เพื่อเป็นเหตุแห่งประโยชน์แก่หมู่ชนทั้งในสวรรค์และนิพพาน ขอจงกำจัดอันตรายทั้งปวงแล้วตั้งอยู่อย่างดีงามในโลกนี้เถิด
๙๗.
๙๗.
สาโมท วณฺณ ภชนี คุณ มญฺชรียํ,จริยา ลตา วิกสิตา ตว สปฺผลงฺคํ;
โอกิณฺณ จิตฺต มธุเป รส ปีณยนฺติ,สมฺภาวิตา ภุวิ ปวตฺตตุ มตฺถเกหิ.
ช่อแห่งคุณงามความดีอันหอมหวนและน่าชื่นชม เถาวัลย์แห่งจริยาของท่านที่เบ่งบานแล้วมีผลอันดีงาม ยังหมู่ภมรคือจิตใจให้ดื่มด่ำรส ขอจงดำรงอยู่บนโลกนี้ด้วยความเคารพสูงสุดเถิด
๙๘.
๙๘.
สมฺพุทฺธ เสลวลยนฺตร ชานนวฺหา,โนตฺตตฺตโต ติปถคา ยติ สาครฏฺฐา;
ธมฺมา ปคา สุติ วเส ตริเต ปุณนฺติ,สมฺภาร สสฺสมิห วตฺตตุ ปจยนฺติ.
แม่น้ำคือพระธรรมที่ไหลมาจากภายในวงล้อมแห่งภูเขาคือพระสัมพุทธเจ้า ดุจแม่น้ำคงคาที่ไหลมาจากสระอโนดาตไปสู่มหาสมุทร พระธรรมทั้งหลายที่ไหลไปตามกระแสแห่งการสดับแล้วเต็มเปี่ยม ขอจงยังพืชผลคือบารมีให้สุกงอมในโลกนี้เถิด
๙๙.
๙๙.
ปญฺญาณ กูป สิต ปคฺคห วายุ คาหี,สทฺธา ลการ สหิตา สติ โปต วาหา;
สมฺปาปยาตุ ภว สาคร ปาร ตีร,สปฺปตฺตนํ วรธเน ปติ ปตฺติ นาวา.
เรือคือการปฏิบัติที่มีเสากระโดงคือปัญญา มีใบเรือคือสติ มีศรัทธาเป็นสมอและรับลมคือความเพียร ขอจงนำไปสู่ฝั่งฟากโน้นแห่งมหาสมุทรคือภพ อันเป็นที่ถึงซึ่งอริยทรัพย์อันประเสริฐเถิด
๑๐๐.
๑๐๐.
โพชฺฌงฺค สตฺต รตนากร ธมฺม ขนฺธ,คมฺภีร นีร จย สาสน สาคโร สํ;
โส สีลฺยนนฺต ตนุ เวฏิถ ญาณ มนฺถ,เสเลน มนฺถิตวตํ ทิสตา มตํ เว.
พระศาสนาคือมหาสมุทรที่มีกองน้ำอันลึกซึ้งคือพระธรรมขันธ์ อันเป็นบ่อเกิดแห่งรัตนะ ๗ ประการคือโพชฌงค์ ขอจงแสดงอมตธรรมแก่ผู้ที่กวนด้วยภูเขาคือปัญญา ที่พันด้วยเชือกคือศีลอันไม่มีที่สิ้นสุดเถิด
๑๐๑.
๑๐๑.
วุตฺเตน เตน วิธินา วิธินา ตโต ตํ,ลทฺธา นุภูตมมตํ ขิล โทส นาสํ;
อจฺจนฺต โรค ชรตา มรณา ภิ ภูตํ,ภูตํ กโรตุ อมรํ อชรํ อโรคํ.
ด้วยวิธีที่กล่าวมานั้น ได้บรรลุและเสวยอมตธรรมอันทำลายโทษทั้งปวง ขอจงยังสัตว์ที่ถูกครอบงำด้วยโรค ชรา และมรณะอย่างยิ่ง ให้เป็นผู้ไม่ตาย ไม่แก่ ไม่เจ็บไข้เถิด
๑๐๒.
๑๐๒.
สทฺธมฺม ราช รวินิคฺคต ธมฺมรํสิ,ผุลฺโล ธุตงฺคทล สํวร เกสราลิ;
สงฺฆารวินฺท นิกโร สมธุํ สมาธิ,สกฺกิณฺณิโก ทิสตุ สาสน วาปิ ชโต.
พระสงฆ์คือหมู่ดอกบัวในสระแห่งพระศาสนา ที่เบ่งบานแล้วด้วยรัศมีแห่งพระธรรมที่เปล่งออกจากพระอาทิตย์คือพระสัทธรรมราชา มีเกสรคือศีลสังวรและกลีบคือธุดงค์ มีน้ำหวานคือสมาธิ ขอจงปรากฏแก่โลกเถิด
๑๐๓.
๑๐๓.
อานนฺท รญฺญ รตนาทิ มหา ยตินฺท,นิจฺจปฺปพุทฺธ ปทุมปฺปิย เสวินงฺคี;
พุทฺธปฺปิเยน ฆน พุทฺธ คุณปฺปิเยน,เถราลินา รจิต ปชฺชมธุํ ปิพนฺตุ.
ขอหมู่ภิกษุผู้เป็นที่รักแห่งพระพุทธเจ้า ผู้มีร่างกายอันเป็นที่รักแห่งดอกบัวที่บานอยู่เสมอ ผู้เป็นที่รักแห่งพระพุทธคุณอันหนาแน่น จงดื่มน้ำผึ้งคือบทประพันธ์ที่รจนาโดยพระเถระผู้เป็นประดุจภมร ผู้เป็นใหญ่ในหมู่รัตนะมีพระอานนท์เป็นต้นเถิด
๑๐๔.
๑๐๔.
อิตฺถํ รูป คุณานุกิตฺตนวสา ตํ ตํ หิตา สึ สโต,วตฺถานุสฺสติ วตฺติต อิห ยถา สตฺเตสุ เมตฺตา จ เม;
เอวํ ตาภิ ภวนฺต รุตฺตร ตรา วตฺตนฺตุ ตา โพธิ เม,สํโยโคจ ธเนหิ สนฺติหิ ภเว กลฺยาน มิตฺเตหิ จ.
ด้วยอำนาจแห่งการสรรเสริญคุณและลักษณะเช่นนี้ และด้วยการระลึกถึงพระรัตนตรัยที่ข้าพเจ้าได้กระทำแล้ว และเมตตาในสัตว์ทั้งหลายของข้าพเจ้า ขอให้โพธิญาณเหล่านั้นจงดำเนินไปอย่างยิ่งยวดแก่ข้าพเจ้า และขอให้มีความพรั่งพร้อมด้วยทรัพย์ ความสงบ และกัลยาณมิตรในภพเถิด