นโม ตสฺส ภควโต อรหโต สมฺมาสมฺพุทฺธสฺส
ขอนอบน้อมแด่พระผู้มีพระภาคอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้าพระองค์นั้น
สุตฺตวนฺทนา
บทไหว้พระสูตร
๑.
๑.
ธมฺมตฺถ [Pg.13] เทสนา เวธ,จตุคมฺภีร ทุทฺทสํ;
ธมฺมํ โลกสฺส เทเสนฺตํ,ธมฺมราชํ นมามหํ;
ข้าพเจ้าขอนอบน้อมพระธรรมราชา ผู้ทรงแสดงธรรมแก่โลก อันแทงตลอดอรรถ ลึกซึ้งสี่ประการ ยากที่จะเห็นได้
๒.
๒.
พุทฺโธ [Pg.14] ปจฺเจกพุทฺโธ จ,อรหา จกฺกวตฺตีติ;
ถูปาถูปารหํ วนฺเท,จตุถูปารเหสุ ตํ;
ข้าพเจ้าไหว้พระพุทธเจ้า พระปัจเจกพุทธเจ้า พระอรหันต์ และพระเจ้าจักรพรรดิ ผู้ควรแก่การสร้างสถูปเจดีย์ ผู้เป็นหนึ่งในสี่บุคคลผู้ควรแก่สถูปเจดีย์นั้น
๓.
๓.
เปตเสยฺโย [Pg.15] กามโภคี,สีหเสยฺโย ตถาคโต;
สยนฺตํ จตุเสยฺเยสุ,จตุตฺเถน นเม ชินํ;
ข้าพเจ้าขอนอบน้อมพระชินเจ้า ผู้บรรทมในบรรดาการนอน ๔ อย่าง คือ การนอนอย่างเปรต การนอนอย่างผู้บริโภคกาม การนอนอย่างราชสีห์ และการนอนอย่างพระตถาคต ขอนอบน้อมพระองค์ผู้บรรทมด้วยอิริยาบถที่ ๔ นั้น
๔.
๔.
อณฺฑชา ชลาพุชา จ;
สํเสทโช ปปาติกา;
จตุโยนิ ปริจฺเฉท,ญาณวนฺตํ นเม ชินํ;
ข้าพเจ้าขอนอบน้อมพระชินเจ้าผู้ทรงมีพระญาณ ผู้ทรงจำแนกกำเนิด ๔ คือ อัณฑชะ ชลาพุชะ สังเสทชะ และโอปปาติกะ
๕.
๕.
สุตพุทฺโธนุพุทฺโธ [Pg.16] จ,ปจฺเจโก ชินพุทฺโธติ;
จตุตฺถํ จตุพุทฺเธสุ,วนฺทามิ โลกนายกํ;
ข้าพเจ้าไหว้พระโลกนาถ ผู้เป็นที่ ๔ ในบรรดาพุทธะ ๔ คือ สุตพุทธะ อนุพุทธะ ปัจเจกพุทธะ และชินพุทธะ
๖.
๖.
ราหุคฺคํ [Pg.17] อตฺตภาคีนํ,มนฺธาตา กามโภคีนํ;
มาโร อธิปเตยฺยานํ,พุทฺโธ โลเก สเทวเก;
จตุอคฺค ปญฺญตฺตีนํ,อคฺคปตฺตํ นเม ชินํ.
ข้าพเจ้าขอนอบน้อมพระชินเจ้า ผู้ทรงบรรลุความเป็นเลิศในบรรดาการบัญญัติความเป็นเลิศ ๔ ประการ คือ พระราหูเป็นเลิศในหมู่ผู้มีอัตภาพใหญ่ พระเจ้ามันธาตุเป็นเลิศในหมู่ผู้บริโภคกาม มารเป็นเลิศในหมู่ผู้มีอำนาจ และพระพุทธเจ้าเป็นเลิศในโลกพร้อมทั้งเทวโลก
๗.
๗.
ทานํ [Pg.18] ปิยกถา อตฺถ,จริยา สทิสตฺตตา;
จตุสงฺคห วตฺถูหิ,อสงฺขิเยสุ ชาติสุ;
โลกสฺส สงฺคเหตารํ,วนฺทามิ โลกนายกํ;
ข้าพเจ้าไหว้พระโลกนาถ ผู้ทรงสงเคราะห์โลกด้วยสังคหวัตถุ ๔ ประการ คือ ทาน ปิยวาจา อัตถจริยา และสมานัตตตา ในภพชาติอันนับไม่ถ้วน
๘.
๘.
โลโภ โทโส จ โมโหติ,อนฺโต ปจฺจตฺถิเก ตโย;
ทุชฺชเย [Pg.19] สพฺพเวรีหิ,สญฺชิตํปิ สุธึ นเม;
ข้าพเจ้าขอนอบน้อมพระสุธีผู้ทรงชนะศัตรูภายใน ๓ ประการ คือ โลภะ โทสะ และโมหะ ผู้ทรงชนะศัตรูทั้งปวงที่ยากจะเอาชนะได้
๙.
๙.
ชาติ ปุญฺญ มหตฺตานิ,คุณมหตฺตมุตฺตมํ;
ติมหตฺเถหิ สมฺปนฺนํ,วนฺทามิ โลกนายกํ;
ข้าพเจ้าไหว้พระโลกนาถ ผู้ทรงประกอบด้วยความเป็นผู้ยิ่งใหญ่ ๓ ประการ คือ ความเป็นผู้ยิ่งใหญ่ด้วยชาติ ด้วยบุญ และความเป็นผู้ยิ่งใหญ่ด้วยคุณอันสูงสุด
๑๐.
๑๐.
เหตุ [Pg.20] ผล สมฺปทาโย,สตฺตุปการสมฺปทา;
ติสมฺปทาหิ สมฺปนฺนํ,วนฺทามิ โลกนายกํ.
ข้าพเจ้าไหว้พระโลกนาถ ผู้ทรงประกอบด้วยความสมบูรณ์ ๓ ประการ คือ ความสมบูรณ์แห่งเหตุ ความสมบูรณ์แห่งผล และความสมบูรณ์แห่งการอนุเคราะห์สัตว์
๑๑.
๑๑.
ญาณปฺปหานานุภาว,สุรูปการสมฺปทา;
จตุผล สมฺปทาหิ,ตํ สมฺปนฺนํ นเม ชินํ.
ข้าพเจ้าขอนอบน้อมพระชินเจ้าผู้ทรงประกอบด้วยความสมบูรณ์แห่งผล ๔ ประการ คือ ความสมบูรณ์แห่งญาณ ความสมบูรณ์แห่งการละ ความสมบูรณ์แห่งอานุภาพ และความสมบูรณ์แห่งรูปกาย
๑๒.
๑๒.
อาสโย [Pg.21] จ ปโยโคติ,สตฺตุปการ สมฺปทา;
ทุวิธา ยสฺส สมฺปนฺนา,สมฺมา มํ ปาตุ โส ชิโน.
ขอพระชินเจ้าพระองค์นั้นจงคุ้มครองข้าพเจ้าโดยชอบ ผู้ทรงประกอบด้วยความสมบูรณ์ ๒ ประการ คือ อัธยาศัย และการประกอบความเพียรเพื่ออนุเคราะห์สัตว์
๑๓.
๑๓.
มโหสเธ เวสฺสนฺตเร,ปจฺฉิมภวิเก ตถา;
ติชาตีสุ นเม วาจํ,ภาเสนฺตํ ชายนกฺขเณ.
ข้าพเจ้าขอนอบน้อมพระวาจาที่ทรงตรัสในขณะประสูติ ใน ๓ ชาติ คือ ชาติเป็นมโหสถ ชาติเป็นเวสสันดร และชาติสุดท้าย
๑๔.
๑๔.
เนมิมฺหิ [Pg.22] สาธิเน เจว,มนฺธาตริ จ คุตฺติเล;
จตูสุ มนุชตฺเตน,เทวโลกํ คตํ นเม.
ข้าพเจ้าขอนอบน้อมพระองค์ผู้ทรงไปสู่เทวโลกด้วยความเป็นมนุษย์ใน ๔ ชาติ คือ ชาติเป็นพระเนมิ ชาติเป็นสาธิน ชาติเป็นพระเจ้ามันธาตุ และชาติเป็นกุตติละ
๑๕.
๑๕.
สงฺขาโร รูปวิกาโร,ลกฺขณํ วานนิสฺสฏํ;
นิพฺพานํ [Pg.23] ปญฺญตฺติเจติ,ปญฺจ เญยฺยนฺตคุํ นเม.
ข้าพเจ้าขอนอบน้อมพระองค์ผู้ทรงรู้แจ้งธรรม ๕ ประการ คือ สังขาร รูปวิการ ลักษณะ นิพพานอันพ้นจากตัณหา และบัญญัติ
๑๖.
๑๖.
ปุตฺต ทาร ปริจฺจาคา,รชฺชงฺคํ ชีว จาคีติ;
ปญฺจ มหาปริจฺจาเค,กรํ สุทุกฺกเร นเม.
ข้าพเจ้าขอนอบน้อมพระองค์ผู้ทรงกระทำมหาบริจาค ๕ ประการ คือ การบริจาคบุตร ภรรยา ราชสมบัติ อวัยวะ และชีวิต ผู้ทรงกระทำสิ่งที่ทำได้ยากยิ่ง
๑๗.
๑๗.
รูปญฺจ [Pg.24] เวทนา สญฺญา,สงฺขารา วิญฺญาณนฺติเม;
ปญฺจกฺขนฺเธ ปริชานํ,ติปริญฺญาหิ ตํ นเม.
ข้าพเจ้าขอนอบน้อมพระองค์ผู้ทรงกำหนดรู้ขันธ์ ๕ คือ รูป เวทนา สัญญา สังขาร และวิญญาณ ด้วยปริญญา ๓
๑๘.
๑๘.
มนุสฺส เทว คติโย,เปโต จ นิรโย ตถา;
ติรจฺฉาโนติ ปญฺเจตา,ฉินฺทนฺตํ คติโย นเม;
ข้าพเจ้าขอนอบน้อมพระองค์ผู้ทรงตัดคติ ๕ ประการ คือ มนุสสคติ เทวคติ เปตคติ นิรยคติ และติรัจฉานคติ
๑๙.
๑๙.
เทวปุตฺโต [Pg.25] กิเลโส จ,อภิสงฺขาร มารโก;
ขนฺโธ มจฺจูติ ปญฺเจเต,มาเร วิชิตวํ นเม.
ข้าพเจ้าขอนอบน้อมพระองค์ผู้ทรงชนะมาร ๕ ประการ คือ เทวบุตรมาร กิเลสมาร อภิสังขารมาร ขันธมาร และมัจจุมาร
๒๐.
๒๐.
ปุเรภตฺตํ ปจฺฉาภตฺตํ,ปุริมญฺเจว มชฺฌิมํ;
ปจฺฉิมนฺติ สทา ปญฺจ,พุทฺธกิจฺจํ กรํ นเม.
ข้าพเจ้าขอนอบน้อมพระองค์ผู้ทรงกระทำพุทธกิจ ๕ ประการเสมอ คือ ปุเรภัตตกิจ ปัจฉาภัตตกิจ ปุริมยามกิจ มัชฌิมยามกิจ และปัจฉิมยามกิจ
๒๑.
๒๑.
รูปา [Pg.26] สทฺทา คนฺธา รสา,โผฏฺฐพฺพา จ มโนรมา;
ปญฺจ กามคุเณ หิตฺวา,เขฬํว นิคฺคตํ นเม.
ข้าพเจ้าขอนอบน้อมพระองค์ผู้ทรงละกามคุณ ๕ ประการ คือ รูป เสียง กลิ่น รส และโผฏฐัพพะอันน่ารื่นรมย์ ดุจน้ำลายที่บ้วนทิ้ง
๒๒.
๒๒.
ราคสลฺลํ [Pg.27] โทสสลฺลํ,โมหา มาโน จ ทิฏฺฐีติ;
วนฺเท วชฺชาติวชฺชนฺตํ,ปญฺจสลฺลปนูทนํ.
ข้าพเจ้าไหว้พระองค์ผู้ทรงกำจัดลูกศร ๕ ประการ คือ ราคะ โทสะ โมหะ มานะ และทิฏฐิ ผู้ทรงข้ามพ้นวัฏฏะอันยิ่งใหญ่
๒๓.
๒๓.
ทีโฆ มชฺฌิม สํยุตฺตา,องฺคุตฺตโร จ ขุทฺทโก;
อิติ ปญฺจ นิกาเยหิ,สุวิเนนฺตํ ปชํ นเม.
ข้าพเจ้าขอนอบน้อมพระองค์ผู้ทรงฝึกฝนหมู่สัตว์ให้ดีด้วยพระนิกาย ๕ ประการ คือ ทีฆนิกาย มัชฌิมนิกาย สังยุตตนิกาย อังคุตตรนิกาย และขุททกนิกาย
๒๔.
๒๔.
อิสฺสริยํ [Pg.28] ยโส ธมฺโม,กาโม สิรี ปยตฺตีติ;
ภคฺเยหิ ฉหิ สมฺปนฺนํ,วนฺทามิ โลกนายกํ.
ข้าพเจ้าไหว้พระโลกนาถ ผู้ทรงประกอบด้วยภคธรรม ๖ ประการ คือ ความเป็นใหญ่ ยศ ธรรม กาม สิริ และความเพียร
๒๕.
๒๕.
ปิยาปิยํ [Pg.29] ภูตาภูตํ,อตฺถานตฺถํ ยถารหํ;
มิสฺสา ฉสุ สุวาจํว,ภาสนฺตํ อตฺถกํ นเม.
ข้าพเจ้าขอนอบน้อมพระองค์ผู้ทรงตรัสพระวาจาอันเป็นประโยชน์ในทางแห่งวาจา ๖ ประการ คือ สิ่งที่น่ารักและไม่น่ารัก สิ่งที่เป็นจริงและไม่เป็นจริง สิ่งที่เป็นประโยชน์และไม่เป็นประโยชน์ตามสมควร
๒๖.
๒๖.
อลโส จ ปมาโท จ,อนุฏฺฐานํ อสํยโม;
นิทฺทา ตนฺตีติ ฉิทฺเทหิ,ฉหิ มุตฺตํ สทา นเม.
ข้าพเจ้าขอนอบน้อมพระองค์ผู้ทรงพ้นจากช่องโหว่ ๖ ประการเสมอ คือ ความเกียจคร้าน ความประมาท การไม่ประกอบความเพียร การไม่สำรวม ความหลับ และความง่วงเหงาหาวนอน
๒๗.
๒๗.
มหากรุณาสมาปตฺติ[Pg.30],ยมกปฺปาฏิหาริยํ;
อาสยานุสเย ญาณํ,อินฺทฺริยาน ปโรปเร;
สพฺพญฺญุตา นาวรณํ,ฉา สาธารณิกํ นเม.
ข้าพเจ้าขอนอบน้อมพระองค์ผู้ทรงมีอสาธารณญาณ ๖ ประการ คือ มหากรุณาสมาปัตติญาณ ยมกปาฏิหาริยญาณ อาสยานุสยญาณ อินทรียปโรปริยัตตญาณ สัพพัญญุตญาณ และอนาวรณญาณ
๒๘.
๒๘.
กามจฺฉนฺโท [Pg.31] จ พฺยาปาโท,ถินมิทฺธญฺจ สํสโย;
อวิชฺชุทฺธจฺจ กุกฺกุจฺจํ,ฉวินีวรณํ นเม.
ข้าพเจ้าขอนอบน้อมพระองค์ผู้ทรงละนิวรณ์ ๖ ประการ คือ กามฉันทะ พยาบาท ถีนมิทธะ วิจิกิจฉา อวิชชา และอุทธัจจกุกกุจจะ
๒๙.
๒๙.
อิทฺธิวิธํ ทิพฺพโสตํ,ปรจิตฺต วิชานนา;
ปุพฺเพนิวาสานุสฺสติ[Pg.32],ทิพฺพจกฺขาสวกฺขโย;
ฉฬภิญฺญาหิ สมฺปนฺนํ,วนฺทามิ ปุริสุตฺตมํ.
ข้าพเจ้าขอนอบน้อมพระบุรุษผู้สูงสุด ผู้สมบูรณ์ด้วยอภิญญา ๖ ประการ คือ อิทธิวิธี ทิพยโสต เจโตปริยญาณ บุพเพนิวาสานุสสติ ทิพยจักษุ และอาสวักขยญาณ
๓๐.
๓๐.
นีล ปีตา จ โอทาตา,มญฺชิฏฺฐา จ ปภสฺสรา;
โลหิตาติ ฉ รํสีหี,วิชฺโชตนฺตํ สทา นเม.
ข้าพเจ้าขอนอบน้อมพระองค์ผู้ทรงรุ่งเรืองด้วยพระรัศมี ๖ ประการ คือ สีเขียว สีเหลือง สีขาว สีหงสบาท สีแดง และสีเลื่อมประภัสสรอยู่เป็นนิตย์
๓๑.
๓๑.
อสฺสาทาทีนโว [Pg.33] เจว,นิสฺสรณผลํ ตถา;
อุปายาณตฺตีติ ฉธา,สทฺธมฺมเทสกํ นเม.
ข้าพเจ้าขอนอบน้อมพระองค์ผู้ทรงแสดงพระสัทธรรม ๖ ประการ คือ อัสสาทะ อาทีนวะ นิสสรณะ ผล อุบาย และอาณัติ
๓๒.
๓๒.
ราโค [Pg.34] โทโส จ โมโห จ,วิตกฺกจริยา ตถา;
สทฺธา พุทฺธีติ ภาเชนฺตํ,ตา ฉเฬจริยา นเม.
ข้าพเจ้าขอนอบน้อมพระองค์ผู้ทรงจำแนกจริยา ๖ ประการ คือ ราคะจริยา โทสะจริยา โมหะจริยา วิตกจริยา สัทธาจริยา และพุทธิจริยา
๓๓.
๓๓.
รชตํ กนกํ มุตฺตา,มณิ เวฬุริยานิ จ;
วชิรญฺจ ปวาฬนฺติ,เสฏฺฐิ สตฺตธโน วิย.
เงิน ทองคำ มุกดา มณี ไพฑูรย์ เพชร และปะการัง เหมือนเศรษฐีผู้มีทรัพย์ ๗ ประการ
๓๔.
๓๔.
สทฺธาสีลํ สุตํจาโค,หิรี โอตฺตปฺปิยํ ธนํ,ปญฺญาธนนฺติ สมฺพุทฺธํ,วนฺเท สตฺตมหาธนํ.
ข้าพเจ้าขอนอบน้อมพระสัมพุทธเจ้าผู้ทรงมีอริยทรัพย์ ๗ ประการ คือ ศรัทธา ศีล สุตะ จาคะ หิริ โอตตัปปะ และปัญญา
๓๕.
๓๕.
จกฺกํ [Pg.35] หตฺถิ อสฺโส มณิ,คหปติตฺถิโย ตถา;
สุปริณายโกจาติ,สตฺตรตโน จกฺกวตฺตีว.
จักรแก้ว ช้างแก้ว ม้าแก้ว มณีแก้ว นางแก้ว คฤหบดีแก้ว และปริณายกแก้ว เหมือนพระเจ้าจักรพรรดิผู้มีรัตนะ ๗ ประการ
๓๖.
๓๖.
สติ ธมฺมวิจโย จ,ตเถว วีริยํ ปีติ;
ปสฺสทฺธิ [Pg.36] สมาธุเปกฺขา,สทฺธมฺม จกฺกวตฺติกํ;
สตฺต โพชฺฌงฺครตนํ,นมามิ ปุริสุตฺตมํ.
ข้าพเจ้าขอนอบน้อมพระบุรุษผู้สูงสุด ผู้ทรงเป็นพระเจ้าจักรพรรดิแห่งพระสัทธรรม ผู้มีโพชฌงค์ ๗ ประการ คือ สติ ธัมมวิจยะ วิริยะ ปีติ ปัสสัทธิ สมาธิ และอุเบกขา
๓๗.
๓๗.
ยุคนฺธโร [Pg.37] อีสธโร,กรวีโก สุทสฺสโน;
เนมินฺธโร วินตโก,อสฺสกณฺโณ มหานเค;
สตฺเตเต หตฺถรูปํว,สมฺปสฺสนฺตํ ชินํ นเม.
ข้าพเจ้าขอนอบน้อมพระชินเจ้าผู้ทรงเห็นภูเขาใหญ่ ๗ ลูก คือ ยุคันธร อิสินธร กรวิก สุทัสสนะ เนมินธร วินตกะ และอัสสกัณณะ เหมือนรูปฝ่ามือ
๓๘.
๓๘.
กณฺณมุณฺโฑ อโนตตฺโต,กุณาโล รถการโก;
สีหปฺปปาต ฉทฺทนฺตา,มนฺทากินี มหาสเร;
สตฺเตเต [Pg.38] สพฺพถา ปสฺสํ,ทิฏฺเฐว ปาติกํ นเม.
ข้าพเจ้าขอนอบน้อมพระองค์ผู้ทรงเห็นสระใหญ่ ๗ แห่ง คือ กัณณมุณฑะ อโนตัตตะ กุณาละ รถการะ สีหัปปปาตะ ฉัททันตะ และมัณฑากินี โดยประจักษ์แจ้งทุกประการ
๓๙.
๓๙.
มนุสฺสตฺตํ ลิงฺคสมฺปตฺติ,เหตุ สตฺถารทสฺสนํ;
ปพฺพชฺชา คุณสมฺปตฺติ,อธิกาโร จ ฉนฺทตา;
อฏฺฐธมฺม สโมธานา,ภินีหารนฺตคุํ นเม.
ข้าพเจ้าขอนอบน้อมพระองค์ผู้ทรงบำเพ็ญอภินิหารอันประกอบด้วยธรรม ๘ ประการ คือ ความเป็นมนุษย์ ความสมบูรณ์แห่งเพศ เหตุ การได้พบพระศาสดา การบวช ความสมบูรณ์แห่งคุณ อธิการ และฉันทะ
๔๐.
๔๐.
วิสฏฺฐํ [Pg.39] มญฺชุ วิญฺเญยฺยํ,สวนียาวิสาริณา;
คมฺภีโร พินฺทุนินฺนาโท,อฏฺฐงฺคิกสรํ นเม.
ข้าพเจ้าขอนอบน้อมพระองค์ผู้ทรงมีพระสุรเสียงอันประกอบด้วยองค์ ๘ ประการ คือ แจ่มใส ไพเราะ ฟังง่าย น่าฟัง ไม่แตกพร่า ลึกซึ้ง กังวาน และก้องกังวาน
๔๑.
๔๑.
จตฺตาริ [Pg.40] รูปฌานานิ,ตเถวารูปฌานานิ;
ตา สมาปตฺติโย อฏฺฐ,เสวนฺตํ รุจิยา นเม.
ข้าพเจ้าขอนอบน้อมพระองค์ผู้ทรงเสวยสมาบัติ ๘ ประการ คือ รูปฌาน ๔ และอรูปฌาน ๔ ด้วยความพอพระทัย
๔๒.
๔๒.
อณิมา ลงฺฆิมา กมฺมํ,มหิมา ปตฺติมา ตถา;
อีสิตา [Pg.41] วสิตา เจว,ยตฺถกามาวสายิตา;
อฏฺฐิสฺสริย ปุณฺณตฺตา,อิสฺสราติสฺสรํ นเม.
ข้าพเจ้าขอนอบน้อมพระองค์ผู้ทรงเป็นอิสระเหนืออิสระทั้งปวง ผู้สมบูรณ์ด้วยอิทธิฤทธิ์ ๘ ประการ คือ อณิมา ลัฆิมา กรรม มหิมา ปัตติ อิสิตา วสิตา และยัตถกามวสายิตา
๔๓.
๔๓.
มโนมยิทฺธิญาณญฺจ[Pg.42],ฉฬภิญฺญา วิปสฺสนา;
อฏฺฐวิชฺชาหิ สมฺปนฺนํ,วนฺเท ติโลกเกตุกํ.
ข้าพเจ้าขอนอบน้อมพระองค์ผู้ทรงเป็นธงชัยแห่งไตรโลก ผู้สมบูรณ์ด้วยวิชชา ๘ ประการ คือ วิปัสสนาญาณ มโนมยิทธิญาณ และอภิญญา ๖
๔๔.
๔๔.
ชาติ ชรา รุชา กาโล,จตุราปายทุกฺขาติ;
อฏฺฐ สํเวควตฺถูนิ,ภาสนฺตํ วิวิธํ นเม.
ข้าพเจ้าขอนอบน้อมพระองค์ผู้ทรงแสดงวัตถุแห่งความสังเวช ๘ ประการ คือ ชาติ ชรา พยาธิ มรณะ และทุกข์ในอบาย ๔ อย่าง โดยประการต่าง ๆ
๔๕.
๔๕.
สุตฺตงฺคํ [Pg.43] เวยฺยากรณํ,เคยฺยํ คาถา จ ชาตกํ;
อพฺภูตธมฺม เวทลฺลา,อุทานมิติ วุตฺตกํ;
นวงฺคํ สพฺพโลกสฺส,ททนฺตํ สาสนํ นเม.
ข้าพเจ้าขอนอบน้อมพระองค์ผู้ทรงประทานพระศาสนาอันประกอบด้วยองค์ ๙ ประการแก่โลกทั้งปวง คือ สุตตะ เคยยะ เวยยากรณะ คาถา อุทาน อิติวุตตกะ ชาดก อัพภูตธรรม และเวทัลละ
๔๖.
๔๖.
ยา [Pg.44] สมาปตฺติโย อฏฺฐ,นิโรโธ จาติ เต นว,อนุปุพฺพวิหาเร ตํ,เสวนฺตํ รุจิยา นเม.
ข้าพเจ้าขอนอบน้อมพระองค์ผู้ทรงเสวยอนุปุพพวิหารสมาบัติ ๙ ประการ คือ สมาบัติ ๘ และนิโรธสมาบัติ ด้วยความพอพระทัย
๔๗.
๔๗.
เอกตฺตญฺเจว นานตฺตํ,กายสญฺญีหิ โยคโต,จตฺตาโร ตถารุปฺปา จ,อสญฺญีจาติ เต นว,สตฺตวาเส วิภชิตฺวา,ปกาเสนฺตํ นเม ชินํ.
ข้าพเจ้าขอนอบน้อมพระชินเจ้าผู้ทรงจำแนกและแสดงสัตตาวาส ๙ ประการ คือ เอกัตตะ นานัตตะ กายสัญญี อรูป ๔ และอสัญญี
๔๘.
๔๘.
เสยฺยสฺส [Pg.45] สทิโส เสยฺโย,หีโนติ ติวิโธ วิโธ,ตถา สทิสหีนานํ,นววิเธ นุทํ นเม.
ข้าพเจ้าขอนอบน้อมพระองค์ผู้ทรงขจัดมานะ ๙ ประการ คือ (๑) เป็นผู้เลิศกว่าเขา สำคัญตัวว่าเลิศกว่าเขา (๒) เป็นผู้เลิศกว่าเขา สำคัญตัวว่าเสมอเขา (๓) เป็นผู้เลิศกว่าเขา สำคัญตัวว่าเลวกว่าเขา (๔) เป็นผู้เสมอเขา สำคัญตัวว่าเลิศกว่าเขา (๕) เป็นผู้เสมอเขา สำคัญตัวว่าเสมอเขา (๖) เป็นผู้เสมอเขา สำคัญตัวว่าเลวกว่าเขา (๗) เป็นผู้เลวกว่าเขา สำคัญตัวว่าเลิศกว่าเขา (๘) เป็นผู้เลวกว่าเขา สำคัญตัวว่าเสมอเขา (๙) เป็นผู้เลวกว่าเขา สำคัญตัวว่าเลวกว่าเขา
๔๙.
๔๙.
อนตฺถํ [Pg.46] เม จรติ จ,ตถา จริ จริสฺสติ,มิตฺตสฺส อริโนตฺวตฺถํ,นวาฆาเต ชหํ นเม.
ข้าพเจ้าขอนอบน้อมพระองค์ผู้ทรงละอฆาตวัตถุ ๙ ประการ คือ เขาประพฤติสิ่งไม่เป็นประโยชน์แก่เรา เขาเคยประพฤติสิ่งไม่เป็นประโยชน์แก่เรา เขาจักประพฤติสิ่งไม่เป็นประโยชน์แก่เรา เขาประพฤติสิ่งไม่เป็นประโยชน์แก่ผู้เป็นที่รักของเรา เขาเคยประพฤติสิ่งไม่เป็นประโยชน์แก่ผู้เป็นที่รักของเรา เขาจักประพฤติสิ่งไม่เป็นประโยชน์แก่ผู้เป็นที่รักของเรา เขาประพฤติสิ่งเป็นประโยชน์แก่ศัตรูของเรา เขาเคยประพฤติสิ่งเป็นประโยชน์แก่ศัตรูของเรา เขาจักประพฤติสิ่งเป็นประโยชน์แก่ศัตรูของเรา
๕๐.
๕๐.
ทานํ สีลญฺจ นิกฺขมํ,ปญฺญา วีริยปญฺจมํ,ขนฺตี [Pg.47] สจฺจมธิฏฺฐานํ,เมตฺตุเปกฺขาติ ตาทส,ปูเรตฺวา ปารมี วนฺเท,สมฺมาสมฺโพธิมชฺฌวํ;
ข้าพเจ้าขอนอบน้อมพระสัมมาสัมพุทธเจ้าผู้ทรงบำเพ็ญบารมี ๑๐ ประการ คือ ทาน ศีล เนกขัมมะ ปัญญา วิริยะ ขันติ สัจจะ อธิษฐาน เมตตา และอุเบกขา
๕๑.
๕๑.
กาฬาวกญฺจ คงฺเคยฺยํ,ปณฺฑรํ ตมฺพ ปิงฺคลํ,คนฺธ มงฺคล เหมญฺจ,อุโปสถ ฉทฺทนฺติเม.
ช้างตระกูลกาฬาวกะ คังเคยยะ ปัณฑระ ตัมพะ ปิงคละ คันธะ มังคละ เหมะ อุโบสถ และฉัททันต์
๕๒.
๕๒.
ธาเรติ ทสโปสานํ,นาโค กาฬาวโก พลํ;
สหสฺสโกฏิโปสานํ[Pg.48];
ฉทฺทนฺโตวารนุตฺตโม.
ช้างตระกูลกาฬาวกะมีกำลังเท่ากับบุรุษ ๑๐ คน ส่วนช้างฉัททันต์เป็นช้างประเสริฐสุด มีกำลังเท่ากับบุรุษพันโกฏิ
๕๓.
๕๓.
ทส สหสฺสโกฏีนํ,โปสานํ พลธารณํ;
ฉทฺทนฺตานํ ทสนฺนญฺจ,ทสกายพลํ นเม.
ข้าพเจ้าขอนอบน้อมพระองค์ผู้ทรงมีกำลังกาย ๑๐ ประการ เท่ากับกำลังของบุรุษสิบพันโกฏิ และกำลังของช้างฉัททันต์ ๑๐ เชือก
๕๔.
๕๔.
ฐานาฐาเน [Pg.49] วิปาเก จ,มคฺเค สพฺพตฺถคามินํ;
นานาธาตูสุ โลเกสุ,อธิมุตฺติมฺหิ ปาณินํ;
ญาณในฐานะและอฐานะ ญาณในวิบากแห่งกรรม ญาณในทางที่ไปสู่ที่ทั้งปวง ญาณในธาตุต่าง ๆ ในโลก ญาณในอธิมุตติของสัตว์ทั้งหลาย
๕๕.
๕๕.
ปโรปริยตฺเต ญาณํ,อินฺทฺริยานญฺจ ปาณินํ;
ฌานาทีสุ ญาณํ ปุพฺเพ,นิวาเส ทิพฺพจกฺขุ จ;
อาสวกฺขยญาณนฺติ,ทสพลญาณํ นเม.
ข้าพเจ้าขอนอบน้อมพระองค์ผู้ทรงมีทศพลญาณ คือ ญาณในความยิ่งและหย่อนแห่งอินทรีย์ของสัตว์ทั้งหลาย ญาณในฌานเป็นต้น บุพเพนิวาสานุสสติญาณ ทิพยจักษุญาณ และอาสวักขยญาณ
๕๖.
๕๖.
มูลคนฺโธ [Pg.50] สาโร เผคฺคุ,ตโจ ปปฏิโก รโส;
ปตฺตํ ปุปฺผํ ผลญฺเจว,คนฺธคนฺโธติ สํวรํ;
สุคนฺธํ ทสคนฺเธหิ,วิลิมฺปนฺตํ สทา นเม.
ข้าพเจ้าขอนอบน้อมพระองค์ผู้ทรงอบอวลด้วยกลิ่นหอม ๑๐ ประการ คือ กลิ่นราก กลิ่นแก่น กลิ่นกระพี้ กลิ่นเปลือก กลิ่นสะเก็ด กลิ่นยาง กลิ่นใบ กลิ่นดอก กลิ่นผล และกลิ่นหอมรวมกัน
๕๗.
๕๗.
สมาธิ [Pg.51] ญาณวิปฺผารา,อธิฏฺฐานํ วิกุพฺพนา;
มโนมยาริยา อิทฺธิ,ตถา กมฺมวิปากชา.
สมาธิวิปผาราอิทธิ ญาณวิปผาราอิทธิ อธิษฐานอิทธิ วิกลุพพนอิทธิ มโนมยอิทธิ อริยอิทธิ และกรรมวิปากชาอิทธิ
๕๘.
๕๘.
วิชฺชามยา ปุญฺญวโต;
ปโยค ปจฺจยิทฺธิติ;
อคฺคปตฺต ทสิทฺธีนํ,ปาฏิเหรํ กรํ นเม.
ข้าพเจ้าขอนอบน้อมพระองค์ผู้ทรงกระทำปาฏิหาริย์อันเป็นเลิศแห่งอิทธิ ๑๐ ประการ คือ วิชชามยอิทธิ ปุญญวันตอิทธิ และปโยคปัจจยอิทธิ
๕๙.
๕๙.
มุตฺตา [Pg.52] มณิ เวฬุริยํ,สงฺโข สลฺโล ปวาฬกํ;
สุวณฺณํ รชตํ โลหิ,ตงฺโก มสารคลฺลนฺติ;
ทสธา [Pg.53] รตเนหิคฺคํ,โภคึ ปญฺญามณึ นเม.
ขอนอบน้อมพระปัญญาดุจแก้วมณีของพระผู้มีพระภาคเจ้า ผู้เลิศด้วยรัตนะ ๑๐ ประการ คือ มุกดา มณี ไพฑูรย์ สังข์ ศิลา ปะการัง ทอง เงิน ทับทิม และมสารกัลล์.
๖๐.
๖๐.
สิถิลํ ธนิตํ ทีฆํ,รสฺสญฺจ ครุกํ ลหุ;
นิคฺคหิตํ วิมุตฺตญฺจ,สมฺพนฺธญฺจ ววตฺถิตํ;
วิวรนฺตํ นเม ธมฺมํ,ทสพฺยญฺชนเภทิตํ.
ขอนอบน้อมพระธรรมที่เปิดเผย ซึ่งจำแนกด้วยพยัญชนะ ๑๐ ประการ คือ สิถิล ธนิต ทีฆะ รัสสะ ครุ ลหุ นิคคหิต วิมุตต์ สัมพันธ์ และววัตถิตะ.
๖๑.
๖๑.
ปสาโทโช [Pg.54] มธุรตา,สมตา สุขุมาลตา;
สิเลโสทารตา กนฺติ,อตฺถพฺยตฺติ สมาธโย;
ทส สทฺทคุโณเปตํ,ธมฺมํ ปาตุ กรํ นเม.
ขอนอบน้อมพระธรรมที่ทำให้ปรากฏ ซึ่งประกอบด้วยคุณแห่งเสียง ๑๐ ประการ คือ ปสาทะ โอชะ มาธุรตา สมตา สุขุมมาลตา สิเลสะ อุทารตา กันติ อัตถัพยัตติ และสมาธิ.
๖๒.
๖๒.
โลโภ [Pg.55] โทโส โมโห มาโน,อุทฺธจฺจํ ทิฏฺฐิ สํสโย;
อหิริกมโนตฺตปฺปํ,ถินนฺติ สพฺพ ทาหเก;
กิเลเส ทส เต สทฺธึ,วาสนาย ชหํ นเม.
ขอนอบน้อมพระผู้ละกิเลส ๑๐ ประการ คือ โลภะ โทสะ โมหะ มานะ อุทธัจจะ ทิฏฐิ วิจิกิจฉา อหิริกะ อโนตตัปปะ และถีนะ ซึ่งเป็นเครื่องเผาผลาญทั้งปวง พร้อมด้วยวาสนา.
๖๓.
๖๓.
สเตรา [Pg.56] ทณฺฑมณิกา,มจฺฉวิโลลคคฺครา;
สุกฺขาสนิ กปิสิสา,วิจกฺกา สญฺญ กุกฺกุฏา;
นวาสนีหิ ผาเลนฺตํ,ติพฺพํ ปญฺญาสนึ นเม.
ขอนอบน้อมพระปัญญาอันคมกล้าดุจสายฟ้า ผู้ทำลายด้วยอสนี ๙ ประการ คือ ทัณฑาสนี มณิกาสนี มัจฉวิโลลี คัคคราสนี สุกขาสนี กปิสีสาสนี วิจักกาสนี สัญญาสนี และกุกกุฏาสนี.
๖๔.
๖๔.
โรทนา [Pg.57] โกธาวุโธ จ,อุชฺฌนฺติสฺสริยํ ตถา;
ปฏิสงฺขานํ,ขนฺติ อฏฺฐพเลสุ ตํ;
ปถวีสทิสํ วนฺเท,อฏฺฐเมน วินายกํ.
ขอนอบน้อมพระวินายกะผู้เสมอด้วยแผ่นดิน ด้วยพละที่ ๘ ในบรรดาพละ ๘ ประการ คือ โรทนา โกธาวุธ อุชฌันติ อิสสริยะ ปฏิสังขานะ และขันติ.
๖๕.
๖๕.
กามโรโค [Pg.58] จ ปฏิโฆ,มาโน ทิฏฺฐิ จ สํสโย;
ภวราโค อวิชฺชาติ,สตฺตานุสยินํ นเม.
ขอนอบน้อมพระผู้ทรงอนุสัย ๗ ประการ คือ กามราคะ ปฏิฆะ มานะ ทิฏฐิ วิจิกิจฉา ภวราคะ และอวิชชา.
๖๖.
๖๖.
ติตฺถิยาปกติมหาสาวกา,อคฺคสาวกา ปจฺเจกพุทฺธสมฺพุทฺธา;
วิสิฏฺฐํ [Pg.59] สพฺพถา ฉสุ,ปุพฺเพ นิวาส วิญฺญูสุ;
ติโลกมกุฏํ นเม.
ขอนอบน้อมพระผู้เป็นมงกุฎแห่งไตรโลก ผู้ประเสริฐกว่าโดยประการทั้งปวงในบรรดาผู้รู้ปุพเพนิวาสญาณ ๖ ประเภท คือ เดียรถีย์ ปกติสาวก มหาสาวก อัครสาวก พระปัจเจกพุทธเจ้า และพระสัมมาสัมพุทธเจ้า.
๖๗.
๖๗.
พุทฺธจกฺขุ สมนฺตา จ,ญาณํ ยํ ทิพฺพจกฺขุ จ;
ธมฺโมติ ปญฺจ จกฺขูหิ,ทสฺสาวึ มารชึ นเม.
ขอนอบน้อมพระผู้ชนะมาร ผู้ทรงเห็นด้วยจักษุ ๕ ประการ คือ พุทธจักษุ สมันตจักษุ ญาณจักษุ ทิพยจักษุ และธรรมจักษุ.
๖๘.
๖๘.
ขุทฺทกา [Pg.60] ขณิกา โอกฺกนฺติกา จ,ผรณา ตถา อุพฺเพคา;
ปญฺจ ปีตีหิ ปิเนนฺตํ,รุจิยา จ นมามหํ.
ขอนอบน้อมด้วยความยินดีแด่พระผู้ยังปีติ ๕ ประการให้เอิบอิ่ม คือ ขุททกาปีติ ขณิกาปีติ โอกกันติกาปีติ ผรณาปีติ และอุพเพคาปีติ.
๖๙.
๖๙.
ทุกฺขํ สมุทยสจฺจํ,นิโรโธ มคฺคสจฺจกํ;
จตุสจฺจมภิชานํ[Pg.61],จตุกิจฺเจหิ ตํ นเม.
ขอนอบน้อมพระองค์ผู้รู้แจ้งอริยสัจ ๔ คือ ทุกข์ สมุทัย นิโรธ และมรรคสัจจะ ด้วยกิจ ๔ ประการ.
๗๐.
๗๐.
ปีฬนา สงฺขตตฺโถ จ,ตโป วิปริณามนา;
ทุกฺขสจฺจํ จตุกฺเกหิ,วิภตฺตาวึ มุนึ นเม.
ขอนอบน้อมพระมุนีผู้จำแนกทุกขสัจจะด้วยอาการ ๔ ประการ คือ ปีฬนา สังขตัตถะ ตปะ และวิปริณามนา.
๗๑.
๗๑.
อายูหนํ [Pg.62] นิทานญฺจ,สํโยโค ปลิโพธนํ;
จตุกฺเกหิ สมุทยํ,วิภตฺตาวึ มุนึ นเม.
ขอนอบน้อมพระมุนีผู้จำแนกสมุทยสัจจะด้วยอาการ ๔ ประการ คือ อายูหนะ นิทานะ สังโยคะ และปลิโพธนะ.
๗๒.
๗๒.
นิสฺสรณญฺจ วิเวโก,อสงฺขตามตํ ตถา;
นิโรธญฺจ จตุกฺเกหิ,วิภตฺตาวึ มุนึ นเม.
ขอนอบน้อมพระมุนีผู้จำแนกนิโรธสัจจะด้วยอาการ ๔ ประการ คือ นิสสรณะ วิเวกะ อสังขตะ และอมตะ.
๗๓.
๗๓.
นิยฺยานิโก [Pg.63] จ เหตฺวตฺโถ,ทสฺสนาธิปเตยฺยกํ;
มคฺคสจฺจํ จตุกฺเกหิ,วิภตฺตาวึ มุนึ นเม.
ขอนอบน้อมพระมุนีผู้จำแนกมรรคสัจจะด้วยอาการ ๔ ประการ คือ นิยยานิกะ เหตวัตถะ ทัสสนะ และอธิปเตยยะ.
๗๔.
๗๔.
สตฺถโก [Pg.64] จ อสมฺโมโห,สปฺปาโย เจว โคจโร;
จตุสมฺปชญฺญา วินา,ภาวึ นเม ตถาคตํ.
ขอนอบน้อมพระตถาคตผู้ทรงเจริญสัมปชัญญะ ๔ ประการ คือ สาตถกะ อสัมโมหะ สัปปายะ และโคจร.
๗๕.
๗๕.
ปหินาขิล ทุกฺขาหํ,ภวสาคร ปารคุํ;
วนฺเท สารคุโณเปตํ,เตนมฺหิ ภวปารโค.
ขอนอบน้อมพระผู้ประกอบด้วยคุณอันเป็นสาระ ผู้ละทุกข์ทั้งปวง ผู้ข้ามพ้นมหาสมุทรคือภพ เพราะเหตุนั้น ข้าพเจ้าจึงเป็นผู้ข้ามพ้นภพได้.
๗๖.
๗๖.
รูปารูปวิลาสคฺค[Pg.65],รูปาจินฺเตยฺย สํยุตฺตํ;
วนฺเท สารคุโณเปตํ,เตนมฺหาตุลรูปวา.
ขอนอบน้อมพระผู้ประกอบด้วยคุณอันเป็นสาระ ผู้ทรงความงามอันเลิศในรูปและอรูป ผู้ประกอบด้วยรูปอันอจินไตย เพราะเหตุนั้น ข้าพเจ้าจึงเป็นผู้มีรูปอันหาที่เปรียบมิได้.
๗๗.
๗๗.
อิทฺธิ [Pg.66] อิทฺธิ วิลาสคฺค,อิทฺธิ จินฺเตยฺย สํยุตฺตํ;
วนฺเท สารคุเณเปตํ,เตนมฺหา ตุลอิทฺธิมา.
ขอนอบน้อมพระผู้ประกอบด้วยคุณอันเป็นสาระ ผู้ทรงความงามอันเลิศในฤทธิ์ ผู้ประกอบด้วยฤทธิ์อันอจินไตย เพราะเหตุนั้น ข้าพเจ้าจึงเป็นผู้มีฤทธิ์อันหาที่เปรียบมิได้.
๗๘.
๗๘.
วาจา วาจา วิลาสคฺค,วาจา จินฺเตยฺย สํยุตฺตํ;
วนฺเท สารคุโณเปตํ,เตนมฺหา ตุลวาจโก.
ขอนอบน้อมพระผู้ประกอบด้วยคุณอันเป็นสาระ ผู้ทรงความงามอันเลิศในวาจา ผู้ประกอบด้วยวาจาอันอจินไตย เพราะเหตุนั้น ข้าพเจ้าจึงเป็นผู้มีวาจาอันหาที่เปรียบมิได้.
๗๙.
๗๙.
ญาณ [Pg.67] ญาณ วิลาสคฺค,ญาณาจินฺเตยฺย สํยุตฺตํ;
วนฺเท สารคุโณเปตํ,เตนมฺหา ตุลญาณวา.
ขอนอบน้อมพระผู้ประกอบด้วยคุณอันเป็นสาระ ผู้ทรงความงามอันเลิศในญาณ ผู้ประกอบด้วยญาณอันอจินไตย เพราะเหตุนั้น ข้าพเจ้าจึงเป็นผู้มีญาณอันหาที่เปรียบมิได้.
๘๐.
๘๐.
สชฺฌํ เหมญฺจ รตนํ,เคหํ วตฺถญฺจ โภชนํ;
ตทญฺเญปิ [Pg.68] ยถาจิตฺตํ,มาเปยฺยาหํ นเม ชินํ.
ขอนอบน้อมพระชินเจ้าผู้ทรงเนรมิตเงิน ทอง แก้วมณี เรือน ผ้า อาหาร และสิ่งอื่น ๆ ได้ตามพระหฤทัยปรารถนา.
๘๑.
๘๑.
สชฺฌํ เหมญฺจ รตนํ,เคหํ วตฺถญฺจ โภชนํ;
ตทญฺเญปิ ยถาจิตฺตํ,มาเปยฺยํ กมฺมชิทฺธิยา.
ข้าพเจ้าพึงเนรมิตเงิน ทอง แก้วมณี เรือน ผ้า อาหาร และสิ่งอื่น ๆ ได้ตามใจปรารถนาด้วยฤทธิ์อันเกิดจากกรรม.
๘๒.
๘๒.
สตฺตโพชฺฌงฺค [Pg.69] รตโน,สทฺธาทิรตโน มุนิ;
สติปฺปภุติรตโน,วนฺเท ตํ ปุริสุตฺตมํ.
ขอนอบน้อมพระบุรุษผู้สูงสุดนั้น พระมุนีผู้มีโพชฌงค์ ๗ เป็นรัตนะ มีศรัทธาเป็นต้นเป็นรัตนะ และมีสติเป็นประธานเป็นรัตนะ.
๘๓.
๘๓.
จกฺกาทิสตฺตรตนํ,มุตฺตาทิรตนํ สุภํ;
วตฺถปฺปภุติรตนํ,ฉนฺทกฺขเณ ลภามหํ.
ข้าพเจ้าพึงได้รัตนะ ๗ ประการมีจักรเป็นต้น รัตนะอันงดงามมีมุกดาเป็นต้น และรัตนะมีผ้าเป็นประธาน ในขณะที่ปรารถนา.
๘๔.
๘๔.
สมฺปุณฺณจิตฺตสงฺกปฺโป[Pg.70],ยถากงฺขิตมาปโก,เกนจินภิภูโต โย,สพฺพาภิภู นเม ชินํ.
ขอนอบน้อมพระชินเจ้าผู้ครอบงำสรรพสิ่ง ผู้มีพระดำริสมบูรณ์ ผู้ทรงเนรมิตได้ตามที่ปรารถนา ผู้ไม่ถูกใครครอบงำได้.
๘๕.
๘๕.
สมฺปุณฺณจิตฺตสงฺกปฺโป[Pg.71],ยถากงฺขิตมาปโก,เกนจินภิภูตมฺหิ,สพฺพาภิภู ภเว ภเว.
ข้าพเจ้าผู้มีจิตดำริสมบูรณ์ ผู้เนรมิตได้ตามที่ปรารถนา ไม่ถูกใครครอบงำได้ พึงเป็นผู้ครอบงำสรรพสิ่งในทุก ๆ ภพ.
๘๖.
๘๖.
ทส ฉทฺทนฺตราชาว,ทส กายพโล มุนิ;
ทส ญาณพฺพโลตุลฺโย,วนฺเท ตํ สมณุตฺตมํ.
ขอนอบน้อมพระสมณผู้สูงสุดนั้น พระมุนีผู้มีกำลังกาย ๑๐ ประการดุจพญาช้างฉัททันต์ ๑๐ เชือก และผู้มีกำลังพระญาณเสมอด้วยกำลัง ๑๐ ประการ.
๘๗.
๘๗.
อติกายชโว [Pg.72] พุทฺโธ,รญฺญาชวนหํสโต;
กา กถา ญาณเวคสฺส,วนฺเท ตํ สมณุตฺตมํ.
ขอนอบน้อมพระสมณผู้สูงสุดนั้น พระพุทธเจ้าผู้มีความเร็วทางพระวรกายยิ่งกว่าพญาหงส์ผู้มีความเร็ว จะกล่าวไปไยถึงความเร็วแห่งพระญาณ.
๘๘.
๘๘.
ฉทฺทนฺตนาคราชาว,ภเว ภเว มหพฺพโล;
ราชาชวนหํโสว,ปรมคฺคชโว ภเว.
ข้าพเจ้าพึงเป็นผู้มีกำลังมากในทุก ๆ ภพ ดุจพญาช้างฉัททันต์ และพึงเป็นผู้มีความเร็วสูงสุด ดุจพญาหงส์ผู้มีความเร็ว.
๘๙.
๘๙.
อุทกา [Pg.73] กาสจารี จ,มหินิมุชฺชโก ชิโน;
มาปโก จ ยถา จิตฺตํ,วนฺเท ตํ เญยฺยปารคุํ.
ข้าพเจ้าขอนมัสการพระชินเจ้าผู้ถึงฝั่งแห่งธรรมที่ควรรู้ ผู้เที่ยวไปในน้ำและอากาศ ผู้ดำลงไปในแผ่นดิน ผู้เนรมิตได้ตามใจปรารถนา
๙๐.
๙๐.
อุทกา กาสจารี จ,มหินิมุชฺชโก ภเว;
มาปโก จ ยถาจิตฺตํ,ภวโส กมฺมชิทฺธิยา.
ขอข้าพเจ้าพึงเป็นผู้เที่ยวไปในน้ำและอากาศ ผู้ดำลงไปในแผ่นดิน ผู้เนรมิตได้ตามใจปรารถนา ด้วยฤทธิ์ที่เกิดจากกรรมในภพนั้นๆ
๙๑.
๙๑.
คาเม [Pg.74] วเน จ สพฺพตฺถ,เทเวหิ มนุสฺเสหิ จ;
อาภตานนฺตลาภสฺส,สทา ยสฺส มเหสิโน;
ปตฺตลาภคฺคตํ โลกํ,ตํ วนฺเท มุนิปุงฺควํ.
ข้าพเจ้าขอนมัสการพระมุนีผู้ประเสริฐนั้น ผู้ถึงความเป็นเลิศแห่งลาภในโลก ผู้มีลาภอันไม่มีที่สุดที่เทวดาและมนุษย์ทั้งหลายนำมาถวายแก่พระมหามุนีนั้นเสมอ ทั้งในบ้าน ในป่า และในที่ทั้งปวง
๙๒.
๙๒.
คาเม [Pg.75] วเน จ สพฺพตฺถ,เทเวหิ มนุสฺเสหิ จ;
อาภตา นนฺตลาโภ เม,สทา โหตุ ภวาภเว.
ขอลาภอันไม่มีที่สุดที่เทวดาและมนุษย์ทั้งหลายนำมาถวาย จงมีแก่ข้าพเจ้าเสมอในภพน้อยภพใหญ่ ทั้งในบ้าน ในป่า และในที่ทั้งปวง
๙๓.
๙๓.
ปุญฺญสฺสิมสฺส เตเชน,ยถา จิตฺตํ สมิชฺฌตุ;
สพฺพิจฺฉา [Pg.76] สพฺพจินฺตา จ,ขิปฺปํ เม ชาติชาติยํ.
ด้วยเดชแห่งบุญนี้ ขอความปรารถนาทั้งปวงและความคิดทั้งปวงของข้าพเจ้า จงสำเร็จโดยเร็วตามใจปรารถนาในทุกๆ ชาติ
๙๔.
๙๔.
นตฺถีติ วจนํ ทุกฺขํ,เทหีติ วจนํ ตถา;
ตสฺมา นตฺถีติ เทหีติ,มา เม โหตุ ภวาภเว.
คำว่า 'ไม่มี' เป็นทุกข์ คำว่า 'จงให้' ก็เป็นทุกข์เช่นกัน เพราะฉะนั้น คำว่า 'ไม่มี' และ 'จงให้' ขออย่าได้มีแก่ข้าพเจ้าในภพน้อยภพใหญ่เลย
๙๕.
๙๕.
สพฺพํ [Pg.77] ปรวสํ ทุกฺขํ,สพฺพมิสฺสริยํ สุขํ;
สพฺพํ ปรวสมตฺถุ,สพฺพมิสฺสริยํ ภเว.
สิ่งทั้งปวงที่ตกอยู่ในอำนาจของผู้อื่นเป็นทุกข์ สิ่งทั้งปวงที่มีความเป็นใหญ่ในตนเป็นสุข ขอสิ่งทั้งปวงที่ตกอยู่ในอำนาจของผู้อื่นจงอย่าได้มี (แก่ข้าพเจ้า) ขอความเป็นใหญ่ในตนจงมีในภพ (ของข้าพเจ้า)
๙๖.
๙๖.
วิตกฺเกนฺโต ภชฺชกาโย,สพฺพาวุธ วารโณ จ;
ฉทฺทนฺต วารณพโล,ภเวยฺยํ ชาติชา ติยํ.
ขอข้าพเจ้าพึงเป็นผู้มีกายที่ทำลายได้ยากด้วยการตรึก เป็นผู้ป้องกันอาวุธทั้งปวง และมีกำลังดุจช้างฉัททันต์ ในทุกๆ ชาติ
๙๗.
๙๗.
สุภลกฺขณสมฺปนฺโน[Pg.78],สุวณฺณวณฺณวา ภเว;
พฺรหฺมสฺสโร กรวิก,ภาณี จ ชาติชาติยํ.
ขอข้าพเจ้าพึงเป็นผู้สมบูรณ์ด้วยลักษณะอันดีงาม มีผิวพรรณดุจทองคำ มีเสียงดุจพรหม และมีเสียงกล่าวไพเราะดุจนกการเวก ในทุกๆ ชาติ
๙๘.
๙๘.
ภูริมปญฺโญ สิปฺปานํ,สพฺเพสํ กุสโล ภเว;
วิสชฺเชตุํ สมตฺโถว,สพฺพปุจฺฉานํ ฐานโส.
ขอข้าพเจ้าพึงเป็นผู้มีปัญญากว้างขวาง เป็นผู้ฉลาดในศิลปะทั้งปวง และสามารถแก้ปัญหาทั้งปวงได้โดยพลัน
๙๙.
๙๙.
เวราธํสีย [Pg.79] โภคา จ,อนนฺตาขีณ โภควา;
อนนฺตาภชฺช ปริโส,ภวโส ปาปุเณ สิวํ.
ขอข้าพเจ้าพึงมีโภคทรัพย์ที่ศัตรูทำลายไม่ได้ มีโภคทรัพย์อันไม่สิ้นสุด มีบริวารที่ไม่มีใครทำลายได้ และพึงถึงความเกษมในภพนั้นๆ
๑๐๐.
๑๐๐.
มา [Pg.80] นสฺเสยฺยํ ปสยฺเหยฺยํ,อุสฺสุกฺเกหิ ปฺยหํ สห;
ปญฺจเวเรหิ โกฏีหิ,ภณฺฑํ วา อกาตุกามิตํ.
ขอข้าพเจ้าอย่าได้พินาศหรือถูกข่มเหงโดยพวกคนผู้มุ่งร้าย และด้วยศัตรูทั้ง ๕ จำพวก หรืออย่าได้ทำในสิ่งของที่ข้าพเจ้าไม่ปรารถนาจะทำ
๑๐๑.
๑๐๑.
เมฆํ วาตญฺจ รตนํ,ธญฺญํ วตฺถญฺจ โภชนํ;
สพฺพิจฺฉิตํ ตทญฺญมฺปิ,มาเปยฺยํ กมฺมชิทฺธิยา.
ขอข้าพเจ้าพึงเนรมิตฝน ลม รัตนะ ข้าวเปลือก ผ้า และอาหาร รวมถึงสิ่งที่ปรารถนาอื่นๆ ทั้งปวงได้ ด้วยฤทธิ์ที่เกิดจากกรรม
๑๐๒.
๑๐๒.
ปุญฺเญเนเตน [Pg.81] นิพฺพานํ,สนฺตํ ปปฺโปมิ ตาวตา;
ภเวยฺยํ สพฺพชาตีสุ,จตุสมฺปตฺติยา สทา;
จตุจกฺเกน สมฺปนฺโน,สทฺธมฺเมหิ จ สตฺตหิ.
ด้วยบุญนี้ ขอข้าพเจ้าพึงบรรลุพระนิพพานอันสงบ ตราบนั้นขอข้าพเจ้าพึงเป็นผู้สมบูรณ์ด้วยสมบัติ ๔ เสมอในทุกๆ ชาติ เป็นผู้สมบูรณ์ด้วยจักร ๔ และสัทธรรม ๗ ประการ
๑๐๓.
๑๐๓.
สมฺมาทิฏฺฐิ [Pg.82] วสุเปเต,กุลมฺหิ เสฏฺฐสมฺมเต,สพฺพสกฺกต สํสุทฺเธ;
ภเว ติเหตุสนฺธิโก.
ขอข้าพเจ้าพึงเป็นผู้ปฏิสนธิด้วยไตรเหตุ ในตระกูลที่ได้รับยกย่องว่าประเสริฐ อันบริสุทธิ์และเป็นที่สักการะของคนทั้งปวง และเป็นผู้ประกอบด้วยสัมมาทิฏฐิ
๑๐๔.
๑๐๔.
ฆาสจฺฉาทนํ โภคญฺจ,เนว หตฺเถน กาตุน,ภุญฺเชยฺยมิทฺธิยาตฺเวว,มาเปตฺวา ยาวทตฺถกํ.
ขอข้าพเจ้าพึงบริโภคอาหาร เครื่องนุ่งห่ม และโภคทรัพย์ โดยไม่ต้องทำด้วยมือ แต่เนรมิตขึ้นด้วยฤทธิ์ให้เพียงพอตามความต้องการเท่านั้น
๑๐๕.
๑๐๕.
มนุสฺสานํ [Pg.83] อติกฺกมฺม,เทวานํ วิย โภชนํ,วตฺถํ โภโค จ เม โหนฺตุ,ปริวาราติสุนฺทรา.
ขออาหาร เครื่องนุ่งห่ม และโภคทรัพย์ของข้าพเจ้า จงล่วงพ้นระดับมนุษย์ เป็นเช่นเดียวกับของเทวดา และขอให้มีบริวารที่งดงามยิ่ง
๑๐๖.
๑๐๖.
ทสาสุตฺตํปิ เม โภคํ,ปญฺจเวรา ภเว ภเว;
มาคณฺเหยฺยุญฺจ นสฺเสยฺยุํ,อโสโก โภคเหตุเม.
ขอศัตรูทั้ง ๕ จำพวกในภพน้อยภพใหญ่ อย่าได้ยึดครองหรือทำลายโภคทรัพย์ของข้าพเจ้าแม้เพียงส่วนเสี้ยว และขออย่าให้ข้าพเจ้าต้องเศร้าโศกเพราะเหตุแห่งโภคทรัพย์เลย
๑๐๗.
๑๐๗.
สพฺพงฺคสุภ [Pg.84] สมฺปนฺโน,สิงฺคีนิกฺข สวณฺณ วา;
พาตฺตึส ลกฺขณูเปโต,อตปฺปน รูป วา ภเว.
ขอข้าพเจ้าพึงเป็นผู้สมบูรณ์ด้วยอวัยวะอันงดงามทั้งปวง มีผิวพรรณดุจทองคำแท่ง ประกอบด้วยมหาปุริสลักษณะ ๓๒ ประการ และมีรูปกายอันไม่น่าเบื่อหน่าย
๑๐๘.
๑๐๘.
กาโย จนฺทนคนฺโธ จ,มุขํ อุปฺปลคนฺธิกํ;
อฏฺฐงฺคิโก [Pg.85] กรวิก,มญฺชูโฆโส จ เม โหตุ.
ขอให้ร่างกายของข้าพเจ้ามีกลิ่นหอมดุจไม้จันทน์ มีปากหอมดุจดอกอุบล และมีเสียงอันประกอบด้วยองค์ ๘ ไพเราะดุจเสียงนกการเวก
๑๐๙.
๑๐๙.
ติกฺข คมฺภีร ปญฺโญ จ,หาสาติชวปญฺญวา,ภูริ นิพฺเพธ ปญฺโญ จ;
สพฺพปญฺหวิสชฺชโน.
ขอข้าพเจ้าพึงเป็นผู้มีปัญญาเฉียบแหลม ลึกซึ้ง มีปัญญาไวและร่าเริง มีปัญญากว้างขวางและชำแรกกิเลส และเป็นผู้แก้ปัญหาทั้งปวงได้
๑๑๑.
๑๑๑.
อนฺโต [Pg.86] โสฬสวสฺสสฺส,ติเปฏกธโร ภเว;
สพฺพกมฺเมสุ สิปฺเปสุ,วิชฺชาฐาเนสุ ปารคู.
ขอข้าพเจ้าพึงเป็นผู้ทรงพระไตรปิฎกได้ภายในอายุ ๑๖ ปี และเป็นผู้ถึงฝั่งในกิจการ ศิลปะ และวิชาสถานทั้งปวง