1 Namo tassa bhagavato arahato sammāsambuddhassa
ขอนอบน้อมแด่พระผู้มีพระภาคอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้าพระองค์นั้น
Suttavandanā
บทไหว้พระสูตร
1.
๑.
Dhammattha [Pg.13] desanā vedha,Catugambhīra duddasaṃ;
Dhammaṃ lokassa desentaṃ,Dhammarājaṃ namāmahaṃ;
ข้าพเจ้าขอนอบน้อมพระธรรมราชา ผู้ทรงแสดงธรรมแก่โลก อันแทงตลอดอรรถ ลึกซึ้งสี่ประการ ยากที่จะเห็นได้
2.
๒.
Buddho [Pg.14] paccekabuddho ca,Arahā cakkavattīti;
Thūpāthūpārahaṃ vande,Catuthūpārahesu taṃ;
ข้าพเจ้าไหว้พระพุทธเจ้า พระปัจเจกพุทธเจ้า พระอรหันต์ และพระเจ้าจักรพรรดิ ผู้ควรแก่การสร้างสถูปเจดีย์ ผู้เป็นหนึ่งในสี่บุคคลผู้ควรแก่สถูปเจดีย์นั้น
3.
๓.
Petaseyyo [Pg.15] kāmabhogī,Sīhaseyyo tathāgato;
Sayantaṃ catuseyyesu,Catutthena name jinaṃ;
ข้าพเจ้าขอนอบน้อมพระชินเจ้า ผู้บรรทมในบรรดาการนอน ๔ อย่าง คือ การนอนอย่างเปรต การนอนอย่างผู้บริโภคกาม การนอนอย่างราชสีห์ และการนอนอย่างพระตถาคต ขอนอบน้อมพระองค์ผู้บรรทมด้วยอิริยาบถที่ ๔ นั้น
4.
๔.
Aṇḍajā jalābujā ca;
Saṃsedajo papātikā;
Catuyoni pariccheda,Ñāṇavantaṃ name jinaṃ;
ข้าพเจ้าขอนอบน้อมพระชินเจ้าผู้ทรงมีพระญาณ ผู้ทรงจำแนกกำเนิด ๔ คือ อัณฑชะ ชลาพุชะ สังเสทชะ และโอปปาติกะ
5.
๕.
Sutabuddhonubuddho [Pg.16] ca,Pacceko jinabuddhoti;
Catutthaṃ catubuddhesu,Vandāmi lokanāyakaṃ;
ข้าพเจ้าไหว้พระโลกนาถ ผู้เป็นที่ ๔ ในบรรดาพุทธะ ๔ คือ สุตพุทธะ อนุพุทธะ ปัจเจกพุทธะ และชินพุทธะ
6.
๖.
Rāhuggaṃ [Pg.17] attabhāgīnaṃ,Mandhātā kāmabhogīnaṃ;
Māro adhipateyyānaṃ,Buddho loke sadevake;
Catuagga paññattīnaṃ,Aggapattaṃ name jinaṃ.
ข้าพเจ้าขอนอบน้อมพระชินเจ้า ผู้ทรงบรรลุความเป็นเลิศในบรรดาการบัญญัติความเป็นเลิศ ๔ ประการ คือ พระราหูเป็นเลิศในหมู่ผู้มีอัตภาพใหญ่ พระเจ้ามันธาตุเป็นเลิศในหมู่ผู้บริโภคกาม มารเป็นเลิศในหมู่ผู้มีอำนาจ และพระพุทธเจ้าเป็นเลิศในโลกพร้อมทั้งเทวโลก
7.
๗.
Dānaṃ [Pg.18] piyakathā attha,Cariyā sadisattatā;
Catusaṅgaha vatthūhi,Asaṅkhiyesu jātisu;
Lokassa saṅgahetāraṃ,Vandāmi lokanāyakaṃ;
ข้าพเจ้าไหว้พระโลกนาถ ผู้ทรงสงเคราะห์โลกด้วยสังคหวัตถุ ๔ ประการ คือ ทาน ปิยวาจา อัตถจริยา และสมานัตตตา ในภพชาติอันนับไม่ถ้วน
8.
๘.
Lobho doso ca mohoti,Anto paccatthike tayo;
Dujjaye [Pg.19] sabbaverīhi,Sañjitaṃpi sudhiṃ name;
ข้าพเจ้าขอนอบน้อมพระสุธีผู้ทรงชนะศัตรูภายใน ๓ ประการ คือ โลภะ โทสะ และโมหะ ผู้ทรงชนะศัตรูทั้งปวงที่ยากจะเอาชนะได้
9.
๙.
Jāti puñña mahattāni,Guṇamahattamuttamaṃ;
Timahatthehi sampannaṃ,Vandāmi lokanāyakaṃ;
ข้าพเจ้าไหว้พระโลกนาถ ผู้ทรงประกอบด้วยความเป็นผู้ยิ่งใหญ่ ๓ ประการ คือ ความเป็นผู้ยิ่งใหญ่ด้วยชาติ ด้วยบุญ และความเป็นผู้ยิ่งใหญ่ด้วยคุณอันสูงสุด
10.
๑๐.
Hetu [Pg.20] phala sampadāyo,Sattupakārasampadā;
Tisampadāhi sampannaṃ,Vandāmi lokanāyakaṃ.
ข้าพเจ้าไหว้พระโลกนาถ ผู้ทรงประกอบด้วยความสมบูรณ์ ๓ ประการ คือ ความสมบูรณ์แห่งเหตุ ความสมบูรณ์แห่งผล และความสมบูรณ์แห่งการอนุเคราะห์สัตว์
11.
๑๑.
Ñāṇappahānānubhāva,Surūpakārasampadā;
Catuphala sampadāhi,Taṃ sampannaṃ name jinaṃ.
ข้าพเจ้าขอนอบน้อมพระชินเจ้าผู้ทรงประกอบด้วยความสมบูรณ์แห่งผล ๔ ประการ คือ ความสมบูรณ์แห่งญาณ ความสมบูรณ์แห่งการละ ความสมบูรณ์แห่งอานุภาพ และความสมบูรณ์แห่งรูปกาย
12.
๑๒.
Āsayo [Pg.21] ca payogoti,Sattupakāra sampadā;
Duvidhā yassa sampannā,Sammā maṃ pātu so jino.
ขอพระชินเจ้าพระองค์นั้นจงคุ้มครองข้าพเจ้าโดยชอบ ผู้ทรงประกอบด้วยความสมบูรณ์ ๒ ประการ คือ อัธยาศัย และการประกอบความเพียรเพื่ออนุเคราะห์สัตว์
13.
๑๓.
Mahosadhe vessantare,Pacchimabhavike tathā;
Tijātīsu name vācaṃ,Bhāsentaṃ jāyanakkhaṇe.
ข้าพเจ้าขอนอบน้อมพระวาจาที่ทรงตรัสในขณะประสูติ ใน ๓ ชาติ คือ ชาติเป็นมโหสถ ชาติเป็นเวสสันดร และชาติสุดท้าย
14.
๑๔.
Nemimhi [Pg.22] sādhine ceva,Mandhātari ca guttile;
Catūsu manujattena,Devalokaṃ gataṃ name.
ข้าพเจ้าขอนอบน้อมพระองค์ผู้ทรงไปสู่เทวโลกด้วยความเป็นมนุษย์ใน ๔ ชาติ คือ ชาติเป็นพระเนมิ ชาติเป็นสาธิน ชาติเป็นพระเจ้ามันธาตุ และชาติเป็นกุตติละ
15.
๑๕.
Saṅkhāro rūpavikāro,Lakkhaṇaṃ vānanissaṭaṃ;
Nibbānaṃ [Pg.23] paññatticeti,Pañca ñeyyantaguṃ name.
ข้าพเจ้าขอนอบน้อมพระองค์ผู้ทรงรู้แจ้งธรรม ๕ ประการ คือ สังขาร รูปวิการ ลักษณะ นิพพานอันพ้นจากตัณหา และบัญญัติ
16.
๑๖.
Putta dāra pariccāgā,Rajjaṅgaṃ jīva cāgīti;
Pañca mahāpariccāge,Karaṃ sudukkare name.
ข้าพเจ้าขอนอบน้อมพระองค์ผู้ทรงกระทำมหาบริจาค ๕ ประการ คือ การบริจาคบุตร ภรรยา ราชสมบัติ อวัยวะ และชีวิต ผู้ทรงกระทำสิ่งที่ทำได้ยากยิ่ง
17.
๑๗.
Rūpañca [Pg.24] vedanā saññā,Saṅkhārā viññāṇantime;
Pañcakkhandhe parijānaṃ,Tipariññāhi taṃ name.
ข้าพเจ้าขอนอบน้อมพระองค์ผู้ทรงกำหนดรู้ขันธ์ ๕ คือ รูป เวทนา สัญญา สังขาร และวิญญาณ ด้วยปริญญา ๓
18.
๑๘.
Manussa deva gatiyo,Peto ca nirayo tathā;
Tiracchānoti pañcetā,Chindantaṃ gatiyo name;
ข้าพเจ้าขอนอบน้อมพระองค์ผู้ทรงตัดคติ ๕ ประการ คือ มนุสสคติ เทวคติ เปตคติ นิรยคติ และติรัจฉานคติ
19.
๑๙.
Devaputto [Pg.25] kileso ca,Abhisaṅkhāra mārako;
Khandho maccūti pañcete,Māre vijitavaṃ name.
ข้าพเจ้าขอนอบน้อมพระองค์ผู้ทรงชนะมาร ๕ ประการ คือ เทวบุตรมาร กิเลสมาร อภิสังขารมาร ขันธมาร และมัจจุมาร
20.
๒๐.
Purebhattaṃ pacchābhattaṃ,Purimañceva majjhimaṃ;
Pacchimanti sadā pañca,Buddhakiccaṃ karaṃ name.
ข้าพเจ้าขอนอบน้อมพระองค์ผู้ทรงกระทำพุทธกิจ ๕ ประการเสมอ คือ ปุเรภัตตกิจ ปัจฉาภัตตกิจ ปุริมยามกิจ มัชฌิมยามกิจ และปัจฉิมยามกิจ
21.
๒๑.
Rūpā [Pg.26] saddā gandhā rasā,Phoṭṭhabbā ca manoramā;
Pañca kāmaguṇe hitvā,Kheḷaṃva niggataṃ name.
ข้าพเจ้าขอนอบน้อมพระองค์ผู้ทรงละกามคุณ ๕ ประการ คือ รูป เสียง กลิ่น รส และโผฏฐัพพะอันน่ารื่นรมย์ ดุจน้ำลายที่บ้วนทิ้ง
22.
๒๒.
Rāgasallaṃ [Pg.27] dosasallaṃ,Mohā māno ca diṭṭhīti;
Vande vajjātivajjantaṃ,Pañcasallapanūdanaṃ.
ข้าพเจ้าไหว้พระองค์ผู้ทรงกำจัดลูกศร ๕ ประการ คือ ราคะ โทสะ โมหะ มานะ และทิฏฐิ ผู้ทรงข้ามพ้นวัฏฏะอันยิ่งใหญ่
23.
๒๓.
Dīgho majjhima saṃyuttā,Aṅguttaro ca khuddako;
Iti pañca nikāyehi,Suvinentaṃ pajaṃ name.
ข้าพเจ้าขอนอบน้อมพระองค์ผู้ทรงฝึกฝนหมู่สัตว์ให้ดีด้วยพระนิกาย ๕ ประการ คือ ทีฆนิกาย มัชฌิมนิกาย สังยุตตนิกาย อังคุตตรนิกาย และขุททกนิกาย
24.
๒๔.
Issariyaṃ [Pg.28] yaso dhammo,Kāmo sirī payattīti;
Bhagyehi chahi sampannaṃ,Vandāmi lokanāyakaṃ.
ข้าพเจ้าไหว้พระโลกนาถ ผู้ทรงประกอบด้วยภคธรรม ๖ ประการ คือ ความเป็นใหญ่ ยศ ธรรม กาม สิริ และความเพียร
25.
๒๕.
Piyāpiyaṃ [Pg.29] bhūtābhūtaṃ,Atthānatthaṃ yathārahaṃ;
Missā chasu suvācaṃva,Bhāsantaṃ atthakaṃ name.
ข้าพเจ้าขอนอบน้อมพระองค์ผู้ทรงตรัสพระวาจาอันเป็นประโยชน์ในทางแห่งวาจา ๖ ประการ คือ สิ่งที่น่ารักและไม่น่ารัก สิ่งที่เป็นจริงและไม่เป็นจริง สิ่งที่เป็นประโยชน์และไม่เป็นประโยชน์ตามสมควร
26.
๒๖.
Alaso ca pamādo ca,Anuṭṭhānaṃ asaṃyamo;
Niddā tantīti chiddehi,Chahi muttaṃ sadā name.
ข้าพเจ้าขอนอบน้อมพระองค์ผู้ทรงพ้นจากช่องโหว่ ๖ ประการเสมอ คือ ความเกียจคร้าน ความประมาท การไม่ประกอบความเพียร การไม่สำรวม ความหลับ และความง่วงเหงาหาวนอน
27.
๒๗.
Mahākaruṇāsamāpatti[Pg.30],Yamakappāṭihāriyaṃ;
Āsayānusaye ñāṇaṃ,Indriyāna paropare;
Sabbaññutā nāvaraṇaṃ,Chā sādhāraṇikaṃ name.
ข้าพเจ้าขอนอบน้อมพระองค์ผู้ทรงมีอสาธารณญาณ ๖ ประการ คือ มหากรุณาสมาปัตติญาณ ยมกปาฏิหาริยญาณ อาสยานุสยญาณ อินทรียปโรปริยัตตญาณ สัพพัญญุตญาณ และอนาวรณญาณ
28.
๒๘.
Kāmacchando [Pg.31] ca byāpādo,Thinamiddhañca saṃsayo;
Avijjuddhacca kukkuccaṃ,Chavinīvaraṇaṃ name.
ข้าพเจ้าขอนอบน้อมพระองค์ผู้ทรงละนิวรณ์ ๖ ประการ คือ กามฉันทะ พยาบาท ถีนมิทธะ วิจิกิจฉา อวิชชา และอุทธัจจกุกกุจจะ
29.
๒๙.
Iddhividhaṃ dibbasotaṃ,Paracitta vijānanā;
Pubbenivāsānussati[Pg.32],Dibbacakkhāsavakkhayo;
Chaḷabhiññāhi sampannaṃ,Vandāmi purisuttamaṃ.
ข้าพเจ้าขอนอบน้อมพระบุรุษผู้สูงสุด ผู้สมบูรณ์ด้วยอภิญญา ๖ ประการ คือ อิทธิวิธี ทิพยโสต เจโตปริยญาณ บุพเพนิวาสานุสสติ ทิพยจักษุ และอาสวักขยญาณ
30.
๓๐.
Nīla pītā ca odātā,Mañjiṭṭhā ca pabhassarā;
Lohitāti cha raṃsīhī,Vijjotantaṃ sadā name.
ข้าพเจ้าขอนอบน้อมพระองค์ผู้ทรงรุ่งเรืองด้วยพระรัศมี ๖ ประการ คือ สีเขียว สีเหลือง สีขาว สีหงสบาท สีแดง และสีเลื่อมประภัสสรอยู่เป็นนิตย์
31.
๓๑.
Assādādīnavo [Pg.33] ceva,Nissaraṇaphalaṃ tathā;
Upāyāṇattīti chadhā,Saddhammadesakaṃ name.
ข้าพเจ้าขอนอบน้อมพระองค์ผู้ทรงแสดงพระสัทธรรม ๖ ประการ คือ อัสสาทะ อาทีนวะ นิสสรณะ ผล อุบาย และอาณัติ
32.
๓๒.
Rāgo [Pg.34] doso ca moho ca,Vitakkacariyā tathā;
Saddhā buddhīti bhājentaṃ,Tā chaḷecariyā name.
ข้าพเจ้าขอนอบน้อมพระองค์ผู้ทรงจำแนกจริยา ๖ ประการ คือ ราคะจริยา โทสะจริยา โมหะจริยา วิตกจริยา สัทธาจริยา และพุทธิจริยา
33.
๓๓.
Rajataṃ kanakaṃ muttā,Maṇi veḷuriyāni ca;
Vajirañca pavāḷanti,Seṭṭhi sattadhano viya.
เงิน ทองคำ มุกดา มณี ไพฑูรย์ เพชร และปะการัง เหมือนเศรษฐีผู้มีทรัพย์ ๗ ประการ
34.
๓๔.
Saddhāsīlaṃ sutaṃcāgo,Hirī ottappiyaṃ dhanaṃ,Paññādhananti sambuddhaṃ,Vande sattamahādhanaṃ.
ข้าพเจ้าขอนอบน้อมพระสัมพุทธเจ้าผู้ทรงมีอริยทรัพย์ ๗ ประการ คือ ศรัทธา ศีล สุตะ จาคะ หิริ โอตตัปปะ และปัญญา
35.
๓๕.
Cakkaṃ [Pg.35] hatthi asso maṇi,Gahapatitthiyo tathā;
Supariṇāyakocāti,Sattaratano cakkavattīva.
จักรแก้ว ช้างแก้ว ม้าแก้ว มณีแก้ว นางแก้ว คฤหบดีแก้ว และปริณายกแก้ว เหมือนพระเจ้าจักรพรรดิผู้มีรัตนะ ๗ ประการ
36.
๓๖.
Sati dhammavicayo ca,Tatheva vīriyaṃ pīti;
Passaddhi [Pg.36] samādhupekkhā,Saddhamma cakkavattikaṃ;
Satta bojjhaṅgaratanaṃ,Namāmi purisuttamaṃ.
ข้าพเจ้าขอนอบน้อมพระบุรุษผู้สูงสุด ผู้ทรงเป็นพระเจ้าจักรพรรดิแห่งพระสัทธรรม ผู้มีโพชฌงค์ ๗ ประการ คือ สติ ธัมมวิจยะ วิริยะ ปีติ ปัสสัทธิ สมาธิ และอุเบกขา
37.
๓๗.
Yugandharo [Pg.37] īsadharo,Karavīko sudassano;
Nemindharo vinatako,Assakaṇṇo mahānage;
Sattete hattharūpaṃva,Sampassantaṃ jinaṃ name.
ข้าพเจ้าขอนอบน้อมพระชินเจ้าผู้ทรงเห็นภูเขาใหญ่ ๗ ลูก คือ ยุคันธร อิสินธร กรวิก สุทัสสนะ เนมินธร วินตกะ และอัสสกัณณะ เหมือนรูปฝ่ามือ
38.
๓๘.
Kaṇṇamuṇḍo anotatto,Kuṇālo rathakārako;
Sīhappapāta chaddantā,Mandākinī mahāsare;
Sattete [Pg.38] sabbathā passaṃ,Diṭṭheva pātikaṃ name.
ข้าพเจ้าขอนอบน้อมพระองค์ผู้ทรงเห็นสระใหญ่ ๗ แห่ง คือ กัณณมุณฑะ อโนตัตตะ กุณาละ รถการะ สีหัปปปาตะ ฉัททันตะ และมัณฑากินี โดยประจักษ์แจ้งทุกประการ
39.
๓๙.
Manussattaṃ liṅgasampatti,Hetu satthāradassanaṃ;
Pabbajjā guṇasampatti,Adhikāro ca chandatā;
Aṭṭhadhamma samodhānā,Bhinīhārantaguṃ name.
ข้าพเจ้าขอนอบน้อมพระองค์ผู้ทรงบำเพ็ญอภินิหารอันประกอบด้วยธรรม ๘ ประการ คือ ความเป็นมนุษย์ ความสมบูรณ์แห่งเพศ เหตุ การได้พบพระศาสดา การบวช ความสมบูรณ์แห่งคุณ อธิการ และฉันทะ
40.
๔๐.
Visaṭṭhaṃ [Pg.39] mañju viññeyyaṃ,Savanīyāvisāriṇā;
Gambhīro binduninnādo,Aṭṭhaṅgikasaraṃ name.
ข้าพเจ้าขอนอบน้อมพระองค์ผู้ทรงมีพระสุรเสียงอันประกอบด้วยองค์ ๘ ประการ คือ แจ่มใส ไพเราะ ฟังง่าย น่าฟัง ไม่แตกพร่า ลึกซึ้ง กังวาน และก้องกังวาน
41.
๔๑.
Cattāri [Pg.40] rūpajhānāni,Tathevārūpajhānāni;
Tā samāpattiyo aṭṭha,Sevantaṃ ruciyā name.
ข้าพเจ้าขอนอบน้อมพระองค์ผู้ทรงเสวยสมาบัติ ๘ ประการ คือ รูปฌาน ๔ และอรูปฌาน ๔ ด้วยความพอพระทัย
42.
๔๒.
Aṇimā laṅghimā kammaṃ,Mahimā pattimā tathā;
Īsitā [Pg.41] vasitā ceva,Yatthakāmāvasāyitā;
Aṭṭhissariya puṇṇattā,Issarātissaraṃ name.
ข้าพเจ้าขอนอบน้อมพระองค์ผู้ทรงเป็นอิสระเหนืออิสระทั้งปวง ผู้สมบูรณ์ด้วยอิทธิฤทธิ์ ๘ ประการ คือ อณิมา ลัฆิมา กรรม มหิมา ปัตติ อิสิตา วสิตา และยัตถกามวสายิตา
43.
๔๓.
Manomayiddhiñāṇañca[Pg.42],Chaḷabhiññā vipassanā;
Aṭṭhavijjāhi sampannaṃ,Vande tilokaketukaṃ.
ข้าพเจ้าขอนอบน้อมพระองค์ผู้ทรงเป็นธงชัยแห่งไตรโลก ผู้สมบูรณ์ด้วยวิชชา ๘ ประการ คือ วิปัสสนาญาณ มโนมยิทธิญาณ และอภิญญา ๖
44.
๔๔.
Jāti jarā rujā kālo,Caturāpāyadukkhāti;
Aṭṭha saṃvegavatthūni,Bhāsantaṃ vividhaṃ name.
ข้าพเจ้าขอนอบน้อมพระองค์ผู้ทรงแสดงวัตถุแห่งความสังเวช ๘ ประการ คือ ชาติ ชรา พยาธิ มรณะ และทุกข์ในอบาย ๔ อย่าง โดยประการต่าง ๆ
45.
๔๕.
Suttaṅgaṃ [Pg.43] veyyākaraṇaṃ,Geyyaṃ gāthā ca jātakaṃ;
Abbhūtadhamma vedallā,Udānamiti vuttakaṃ;
Navaṅgaṃ sabbalokassa,Dadantaṃ sāsanaṃ name.
ข้าพเจ้าขอนอบน้อมพระองค์ผู้ทรงประทานพระศาสนาอันประกอบด้วยองค์ ๙ ประการแก่โลกทั้งปวง คือ สุตตะ เคยยะ เวยยากรณะ คาถา อุทาน อิติวุตตกะ ชาดก อัพภูตธรรม และเวทัลละ
46.
๔๖.
Yā [Pg.44] samāpattiyo aṭṭha,Nirodho cāti te nava,Anupubbavihāre taṃ,Sevantaṃ ruciyā name.
ข้าพเจ้าขอนอบน้อมพระองค์ผู้ทรงเสวยอนุปุพพวิหารสมาบัติ ๙ ประการ คือ สมาบัติ ๘ และนิโรธสมาบัติ ด้วยความพอพระทัย
47.
๔๗.
Ekattañceva nānattaṃ,Kāyasaññīhi yogato,Cattāro tathāruppā ca,Asaññīcāti te nava,Sattavāse vibhajitvā,Pakāsentaṃ name jinaṃ.
ข้าพเจ้าขอนอบน้อมพระชินเจ้าผู้ทรงจำแนกและแสดงสัตตาวาส ๙ ประการ คือ เอกัตตะ นานัตตะ กายสัญญี อรูป ๔ และอสัญญี
48.
๔๘.
Seyyassa [Pg.45] sadiso seyyo,Hīnoti tividho vidho,Tathā sadisahīnānaṃ,Navavidhe nudaṃ name.
ข้าพเจ้าขอนอบน้อมพระองค์ผู้ทรงขจัดมานะ ๙ ประการ คือ (๑) เป็นผู้เลิศกว่าเขา สำคัญตัวว่าเลิศกว่าเขา (๒) เป็นผู้เลิศกว่าเขา สำคัญตัวว่าเสมอเขา (๓) เป็นผู้เลิศกว่าเขา สำคัญตัวว่าเลวกว่าเขา (๔) เป็นผู้เสมอเขา สำคัญตัวว่าเลิศกว่าเขา (๕) เป็นผู้เสมอเขา สำคัญตัวว่าเสมอเขา (๖) เป็นผู้เสมอเขา สำคัญตัวว่าเลวกว่าเขา (๗) เป็นผู้เลวกว่าเขา สำคัญตัวว่าเลิศกว่าเขา (๘) เป็นผู้เลวกว่าเขา สำคัญตัวว่าเสมอเขา (๙) เป็นผู้เลวกว่าเขา สำคัญตัวว่าเลวกว่าเขา
49.
๔๙.
Anatthaṃ [Pg.46] me carati ca,Tathā cari carissati,Mittassa arinotvatthaṃ,Navāghāte jahaṃ name.
ข้าพเจ้าขอนอบน้อมพระองค์ผู้ทรงละอฆาตวัตถุ ๙ ประการ คือ เขาประพฤติสิ่งไม่เป็นประโยชน์แก่เรา เขาเคยประพฤติสิ่งไม่เป็นประโยชน์แก่เรา เขาจักประพฤติสิ่งไม่เป็นประโยชน์แก่เรา เขาประพฤติสิ่งไม่เป็นประโยชน์แก่ผู้เป็นที่รักของเรา เขาเคยประพฤติสิ่งไม่เป็นประโยชน์แก่ผู้เป็นที่รักของเรา เขาจักประพฤติสิ่งไม่เป็นประโยชน์แก่ผู้เป็นที่รักของเรา เขาประพฤติสิ่งเป็นประโยชน์แก่ศัตรูของเรา เขาเคยประพฤติสิ่งเป็นประโยชน์แก่ศัตรูของเรา เขาจักประพฤติสิ่งเป็นประโยชน์แก่ศัตรูของเรา
50.
๕๐.
Dānaṃ sīlañca nikkhamaṃ,Paññā vīriyapañcamaṃ,Khantī [Pg.47] saccamadhiṭṭhānaṃ,Mettupekkhāti tādasa,Pūretvā pāramī vande,Sammāsambodhimajjhavaṃ;
ข้าพเจ้าขอนอบน้อมพระสัมมาสัมพุทธเจ้าผู้ทรงบำเพ็ญบารมี ๑๐ ประการ คือ ทาน ศีล เนกขัมมะ ปัญญา วิริยะ ขันติ สัจจะ อธิษฐาน เมตตา และอุเบกขา
51.
๕๑.
Kāḷāvakañca gaṅgeyyaṃ,Paṇḍaraṃ tamba piṅgalaṃ,Gandha maṅgala hemañca,Uposatha chaddantime.
ช้างตระกูลกาฬาวกะ คังเคยยะ ปัณฑระ ตัมพะ ปิงคละ คันธะ มังคละ เหมะ อุโบสถ และฉัททันต์
52.
๕๒.
Dhāreti dasaposānaṃ,Nāgo kāḷāvako balaṃ;
Sahassakoṭiposānaṃ[Pg.48];
Chaddantovāranuttamo.
ช้างตระกูลกาฬาวกะมีกำลังเท่ากับบุรุษ ๑๐ คน ส่วนช้างฉัททันต์เป็นช้างประเสริฐสุด มีกำลังเท่ากับบุรุษพันโกฏิ
53.
๕๓.
Dasa sahassakoṭīnaṃ,Posānaṃ baladhāraṇaṃ;
Chaddantānaṃ dasannañca,Dasakāyabalaṃ name.
ข้าพเจ้าขอนอบน้อมพระองค์ผู้ทรงมีกำลังกาย ๑๐ ประการ เท่ากับกำลังของบุรุษสิบพันโกฏิ และกำลังของช้างฉัททันต์ ๑๐ เชือก
54.
๕๔.
Ṭhānāṭhāne [Pg.49] vipāke ca,Magge sabbatthagāminaṃ;
Nānādhātūsu lokesu,Adhimuttimhi pāṇinaṃ;
ญาณในฐานะและอฐานะ ญาณในวิบากแห่งกรรม ญาณในทางที่ไปสู่ที่ทั้งปวง ญาณในธาตุต่าง ๆ ในโลก ญาณในอธิมุตติของสัตว์ทั้งหลาย
55.
๕๕.
Paropariyatte ñāṇaṃ,Indriyānañca pāṇinaṃ;
Jhānādīsu ñāṇaṃ pubbe,Nivāse dibbacakkhu ca;
Āsavakkhayañāṇanti,Dasabalañāṇaṃ name.
ข้าพเจ้าขอนอบน้อมพระองค์ผู้ทรงมีทศพลญาณ คือ ญาณในความยิ่งและหย่อนแห่งอินทรีย์ของสัตว์ทั้งหลาย ญาณในฌานเป็นต้น บุพเพนิวาสานุสสติญาณ ทิพยจักษุญาณ และอาสวักขยญาณ
56.
๕๖.
Mūlagandho [Pg.50] sāro pheggu,Taco papaṭiko raso;
Pattaṃ pupphaṃ phalañceva,Gandhagandhoti saṃvaraṃ;
Sugandhaṃ dasagandhehi,Vilimpantaṃ sadā name.
ข้าพเจ้าขอนอบน้อมพระองค์ผู้ทรงอบอวลด้วยกลิ่นหอม ๑๐ ประการ คือ กลิ่นราก กลิ่นแก่น กลิ่นกระพี้ กลิ่นเปลือก กลิ่นสะเก็ด กลิ่นยาง กลิ่นใบ กลิ่นดอก กลิ่นผล และกลิ่นหอมรวมกัน
57.
๕๗.
Samādhi [Pg.51] ñāṇavipphārā,Adhiṭṭhānaṃ vikubbanā;
Manomayāriyā iddhi,Tathā kammavipākajā.
สมาธิวิปผาราอิทธิ ญาณวิปผาราอิทธิ อธิษฐานอิทธิ วิกลุพพนอิทธิ มโนมยอิทธิ อริยอิทธิ และกรรมวิปากชาอิทธิ
58.
๕๘.
Vijjāmayā puññavato;
Payoga paccayiddhiti;
Aggapatta dasiddhīnaṃ,Pāṭiheraṃ karaṃ name.
ข้าพเจ้าขอนอบน้อมพระองค์ผู้ทรงกระทำปาฏิหาริย์อันเป็นเลิศแห่งอิทธิ ๑๐ ประการ คือ วิชชามยอิทธิ ปุญญวันตอิทธิ และปโยคปัจจยอิทธิ
59.
๕๙.
Muttā [Pg.52] maṇi veḷuriyaṃ,Saṅkho sallo pavāḷakaṃ;
Suvaṇṇaṃ rajataṃ lohi,Taṅko masāragallanti;
Dasadhā [Pg.53] ratanehiggaṃ,Bhogiṃ paññāmaṇiṃ name.
ขอนอบน้อมพระปัญญาดุจแก้วมณีของพระผู้มีพระภาคเจ้า ผู้เลิศด้วยรัตนะ ๑๐ ประการ คือ มุกดา มณี ไพฑูรย์ สังข์ ศิลา ปะการัง ทอง เงิน ทับทิม และมสารกัลล์.
60.
๖๐.
Sithilaṃ dhanitaṃ dīghaṃ,Rassañca garukaṃ lahu;
Niggahitaṃ vimuttañca,Sambandhañca vavatthitaṃ;
Vivarantaṃ name dhammaṃ,Dasabyañjanabheditaṃ.
ขอนอบน้อมพระธรรมที่เปิดเผย ซึ่งจำแนกด้วยพยัญชนะ ๑๐ ประการ คือ สิถิล ธนิต ทีฆะ รัสสะ ครุ ลหุ นิคคหิต วิมุตต์ สัมพันธ์ และววัตถิตะ.
61.
๖๑.
Pasādojo [Pg.54] madhuratā,Samatā sukhumālatā;
Silesodāratā kanti,Atthabyatti samādhayo;
Dasa saddaguṇopetaṃ,Dhammaṃ pātu karaṃ name.
ขอนอบน้อมพระธรรมที่ทำให้ปรากฏ ซึ่งประกอบด้วยคุณแห่งเสียง ๑๐ ประการ คือ ปสาทะ โอชะ มาธุรตา สมตา สุขุมมาลตา สิเลสะ อุทารตา กันติ อัตถัพยัตติ และสมาธิ.
62.
๖๒.
Lobho [Pg.55] doso moho māno,Uddhaccaṃ diṭṭhi saṃsayo;
Ahirikamanottappaṃ,Thinanti sabba dāhake;
Kilese dasa te saddhiṃ,Vāsanāya jahaṃ name.
ขอนอบน้อมพระผู้ละกิเลส ๑๐ ประการ คือ โลภะ โทสะ โมหะ มานะ อุทธัจจะ ทิฏฐิ วิจิกิจฉา อหิริกะ อโนตตัปปะ และถีนะ ซึ่งเป็นเครื่องเผาผลาญทั้งปวง พร้อมด้วยวาสนา.
63.
๖๓.
Saterā [Pg.56] daṇḍamaṇikā,Macchavilolagaggarā;
Sukkhāsani kapisisā,Vicakkā sañña kukkuṭā;
Navāsanīhi phālentaṃ,Tibbaṃ paññāsaniṃ name.
ขอนอบน้อมพระปัญญาอันคมกล้าดุจสายฟ้า ผู้ทำลายด้วยอสนี ๙ ประการ คือ ทัณฑาสนี มณิกาสนี มัจฉวิโลลี คัคคราสนี สุกขาสนี กปิสีสาสนี วิจักกาสนี สัญญาสนี และกุกกุฏาสนี.
64.
๖๔.
Rodanā [Pg.57] kodhāvudho ca,Ujjhantissariyaṃ tathā;
Paṭisaṅkhānaṃ,Khanti aṭṭhabalesu taṃ;
Pathavīsadisaṃ vande,Aṭṭhamena vināyakaṃ.
ขอนอบน้อมพระวินายกะผู้เสมอด้วยแผ่นดิน ด้วยพละที่ ๘ ในบรรดาพละ ๘ ประการ คือ โรทนา โกธาวุธ อุชฌันติ อิสสริยะ ปฏิสังขานะ และขันติ.
65.
๖๕.
Kāmarogo [Pg.58] ca paṭigho,Māno diṭṭhi ca saṃsayo;
Bhavarāgo avijjāti,Sattānusayinaṃ name.
ขอนอบน้อมพระผู้ทรงอนุสัย ๗ ประการ คือ กามราคะ ปฏิฆะ มานะ ทิฏฐิ วิจิกิจฉา ภวราคะ และอวิชชา.
66.
๖๖.
Titthiyāpakatimahāsāvakā,Aggasāvakā paccekabuddhasambuddhā;
Visiṭṭhaṃ [Pg.59] sabbathā chasu,Pubbe nivāsa viññūsu;
Tilokamakuṭaṃ name.
ขอนอบน้อมพระผู้เป็นมงกุฎแห่งไตรโลก ผู้ประเสริฐกว่าโดยประการทั้งปวงในบรรดาผู้รู้ปุพเพนิวาสญาณ ๖ ประเภท คือ เดียรถีย์ ปกติสาวก มหาสาวก อัครสาวก พระปัจเจกพุทธเจ้า และพระสัมมาสัมพุทธเจ้า.
67.
๖๗.
Buddhacakkhu samantā ca,Ñāṇaṃ yaṃ dibbacakkhu ca;
Dhammoti pañca cakkhūhi,Dassāviṃ mārajiṃ name.
ขอนอบน้อมพระผู้ชนะมาร ผู้ทรงเห็นด้วยจักษุ ๕ ประการ คือ พุทธจักษุ สมันตจักษุ ญาณจักษุ ทิพยจักษุ และธรรมจักษุ.
68.
๖๘.
Khuddakā [Pg.60] khaṇikā okkantikā ca,Pharaṇā tathā ubbegā;
Pañca pītīhi pinentaṃ,Ruciyā ca namāmahaṃ.
ขอนอบน้อมด้วยความยินดีแด่พระผู้ยังปีติ ๕ ประการให้เอิบอิ่ม คือ ขุททกาปีติ ขณิกาปีติ โอกกันติกาปีติ ผรณาปีติ และอุพเพคาปีติ.
69.
๖๙.
Dukkhaṃ samudayasaccaṃ,Nirodho maggasaccakaṃ;
Catusaccamabhijānaṃ[Pg.61],Catukiccehi taṃ name.
ขอนอบน้อมพระองค์ผู้รู้แจ้งอริยสัจ ๔ คือ ทุกข์ สมุทัย นิโรธ และมรรคสัจจะ ด้วยกิจ ๔ ประการ.
70.
๗๐.
Pīḷanā saṅkhatattho ca,Tapo vipariṇāmanā;
Dukkhasaccaṃ catukkehi,Vibhattāviṃ muniṃ name.
ขอนอบน้อมพระมุนีผู้จำแนกทุกขสัจจะด้วยอาการ ๔ ประการ คือ ปีฬนา สังขตัตถะ ตปะ และวิปริณามนา.
71.
๗๑.
Āyūhanaṃ [Pg.62] nidānañca,Saṃyogo palibodhanaṃ;
Catukkehi samudayaṃ,Vibhattāviṃ muniṃ name.
ขอนอบน้อมพระมุนีผู้จำแนกสมุทยสัจจะด้วยอาการ ๔ ประการ คือ อายูหนะ นิทานะ สังโยคะ และปลิโพธนะ.
72.
๗๒.
Nissaraṇañca viveko,Asaṅkhatāmataṃ tathā;
Nirodhañca catukkehi,Vibhattāviṃ muniṃ name.
ขอนอบน้อมพระมุนีผู้จำแนกนิโรธสัจจะด้วยอาการ ๔ ประการ คือ นิสสรณะ วิเวกะ อสังขตะ และอมตะ.
73.
๗๓.
Niyyāniko [Pg.63] ca hetvattho,Dassanādhipateyyakaṃ;
Maggasaccaṃ catukkehi,Vibhattāviṃ muniṃ name.
ขอนอบน้อมพระมุนีผู้จำแนกมรรคสัจจะด้วยอาการ ๔ ประการ คือ นิยยานิกะ เหตวัตถะ ทัสสนะ และอธิปเตยยะ.
74.
๗๔.
Satthako [Pg.64] ca asammoho,Sappāyo ceva gocaro;
Catusampajaññā vinā,Bhāviṃ name tathāgataṃ.
ขอนอบน้อมพระตถาคตผู้ทรงเจริญสัมปชัญญะ ๔ ประการ คือ สาตถกะ อสัมโมหะ สัปปายะ และโคจร.
75.
๗๕.
Pahinākhila dukkhāhaṃ,Bhavasāgara pāraguṃ;
Vande sāraguṇopetaṃ,Tenamhi bhavapārago.
ขอนอบน้อมพระผู้ประกอบด้วยคุณอันเป็นสาระ ผู้ละทุกข์ทั้งปวง ผู้ข้ามพ้นมหาสมุทรคือภพ เพราะเหตุนั้น ข้าพเจ้าจึงเป็นผู้ข้ามพ้นภพได้.
76.
๗๖.
Rūpārūpavilāsagga[Pg.65],Rūpācinteyya saṃyuttaṃ;
Vande sāraguṇopetaṃ,Tenamhātularūpavā.
ขอนอบน้อมพระผู้ประกอบด้วยคุณอันเป็นสาระ ผู้ทรงความงามอันเลิศในรูปและอรูป ผู้ประกอบด้วยรูปอันอจินไตย เพราะเหตุนั้น ข้าพเจ้าจึงเป็นผู้มีรูปอันหาที่เปรียบมิได้.
77.
๗๗.
Iddhi [Pg.66] iddhi vilāsagga,Iddhi cinteyya saṃyuttaṃ;
Vande sāraguṇepetaṃ,Tenamhā tulaiddhimā.
ขอนอบน้อมพระผู้ประกอบด้วยคุณอันเป็นสาระ ผู้ทรงความงามอันเลิศในฤทธิ์ ผู้ประกอบด้วยฤทธิ์อันอจินไตย เพราะเหตุนั้น ข้าพเจ้าจึงเป็นผู้มีฤทธิ์อันหาที่เปรียบมิได้.
78.
๗๘.
Vācā vācā vilāsagga,Vācā cinteyya saṃyuttaṃ;
Vande sāraguṇopetaṃ,Tenamhā tulavācako.
ขอนอบน้อมพระผู้ประกอบด้วยคุณอันเป็นสาระ ผู้ทรงความงามอันเลิศในวาจา ผู้ประกอบด้วยวาจาอันอจินไตย เพราะเหตุนั้น ข้าพเจ้าจึงเป็นผู้มีวาจาอันหาที่เปรียบมิได้.
79.
๗๙.
Ñāṇa [Pg.67] ñāṇa vilāsagga,Ñāṇācinteyya saṃyuttaṃ;
Vande sāraguṇopetaṃ,Tenamhā tulañāṇavā.
ขอนอบน้อมพระผู้ประกอบด้วยคุณอันเป็นสาระ ผู้ทรงความงามอันเลิศในญาณ ผู้ประกอบด้วยญาณอันอจินไตย เพราะเหตุนั้น ข้าพเจ้าจึงเป็นผู้มีญาณอันหาที่เปรียบมิได้.
80.
๘๐.
Sajjhaṃ hemañca ratanaṃ,Gehaṃ vatthañca bhojanaṃ;
Tadaññepi [Pg.68] yathācittaṃ,Māpeyyāhaṃ name jinaṃ.
ขอนอบน้อมพระชินเจ้าผู้ทรงเนรมิตเงิน ทอง แก้วมณี เรือน ผ้า อาหาร และสิ่งอื่น ๆ ได้ตามพระหฤทัยปรารถนา.
81.
๘๑.
Sajjhaṃ hemañca ratanaṃ,Gehaṃ vatthañca bhojanaṃ;
Tadaññepi yathācittaṃ,Māpeyyaṃ kammajiddhiyā.
ข้าพเจ้าพึงเนรมิตเงิน ทอง แก้วมณี เรือน ผ้า อาหาร และสิ่งอื่น ๆ ได้ตามใจปรารถนาด้วยฤทธิ์อันเกิดจากกรรม.
82.
๘๒.
Sattabojjhaṅga [Pg.69] ratano,Saddhādiratano muni;
Satippabhutiratano,Vande taṃ purisuttamaṃ.
ขอนอบน้อมพระบุรุษผู้สูงสุดนั้น พระมุนีผู้มีโพชฌงค์ ๗ เป็นรัตนะ มีศรัทธาเป็นต้นเป็นรัตนะ และมีสติเป็นประธานเป็นรัตนะ.
83.
๘๓.
Cakkādisattaratanaṃ,Muttādiratanaṃ subhaṃ;
Vatthappabhutiratanaṃ,Chandakkhaṇe labhāmahaṃ.
ข้าพเจ้าพึงได้รัตนะ ๗ ประการมีจักรเป็นต้น รัตนะอันงดงามมีมุกดาเป็นต้น และรัตนะมีผ้าเป็นประธาน ในขณะที่ปรารถนา.
84.
๘๔.
Sampuṇṇacittasaṅkappo[Pg.70],Yathākaṅkhitamāpako,Kenacinabhibhūto yo,Sabbābhibhū name jinaṃ.
ขอนอบน้อมพระชินเจ้าผู้ครอบงำสรรพสิ่ง ผู้มีพระดำริสมบูรณ์ ผู้ทรงเนรมิตได้ตามที่ปรารถนา ผู้ไม่ถูกใครครอบงำได้.
85.
๘๕.
Sampuṇṇacittasaṅkappo[Pg.71],Yathākaṅkhitamāpako,Kenacinabhibhūtamhi,Sabbābhibhū bhave bhave.
ข้าพเจ้าผู้มีจิตดำริสมบูรณ์ ผู้เนรมิตได้ตามที่ปรารถนา ไม่ถูกใครครอบงำได้ พึงเป็นผู้ครอบงำสรรพสิ่งในทุก ๆ ภพ.
86.
๘๖.
Dasa chaddantarājāva,Dasa kāyabalo muni;
Dasa ñāṇabbalotulyo,Vande taṃ samaṇuttamaṃ.
ขอนอบน้อมพระสมณผู้สูงสุดนั้น พระมุนีผู้มีกำลังกาย ๑๐ ประการดุจพญาช้างฉัททันต์ ๑๐ เชือก และผู้มีกำลังพระญาณเสมอด้วยกำลัง ๑๐ ประการ.
87.
๘๗.
Atikāyajavo [Pg.72] buddho,Raññājavanahaṃsato;
Kā kathā ñāṇavegassa,Vande taṃ samaṇuttamaṃ.
ขอนอบน้อมพระสมณผู้สูงสุดนั้น พระพุทธเจ้าผู้มีความเร็วทางพระวรกายยิ่งกว่าพญาหงส์ผู้มีความเร็ว จะกล่าวไปไยถึงความเร็วแห่งพระญาณ.
88.
๘๘.
Chaddantanāgarājāva,Bhave bhave mahabbalo;
Rājājavanahaṃsova,Paramaggajavo bhave.
ข้าพเจ้าพึงเป็นผู้มีกำลังมากในทุก ๆ ภพ ดุจพญาช้างฉัททันต์ และพึงเป็นผู้มีความเร็วสูงสุด ดุจพญาหงส์ผู้มีความเร็ว.
89.
๘๙.
Udakā [Pg.73] kāsacārī ca,Mahinimujjako jino;
Māpako ca yathā cittaṃ,Vande taṃ ñeyyapāraguṃ.
ข้าพเจ้าขอนมัสการพระชินเจ้าผู้ถึงฝั่งแห่งธรรมที่ควรรู้ ผู้เที่ยวไปในน้ำและอากาศ ผู้ดำลงไปในแผ่นดิน ผู้เนรมิตได้ตามใจปรารถนา
90.
๙๐.
Udakā kāsacārī ca,Mahinimujjako bhave;
Māpako ca yathācittaṃ,Bhavaso kammajiddhiyā.
ขอข้าพเจ้าพึงเป็นผู้เที่ยวไปในน้ำและอากาศ ผู้ดำลงไปในแผ่นดิน ผู้เนรมิตได้ตามใจปรารถนา ด้วยฤทธิ์ที่เกิดจากกรรมในภพนั้นๆ
91.
๙๑.
Gāme [Pg.74] vane ca sabbattha,Devehi manussehi ca;
Ābhatānantalābhassa,Sadā yassa mahesino;
Pattalābhaggataṃ lokaṃ,Taṃ vande munipuṅgavaṃ.
ข้าพเจ้าขอนมัสการพระมุนีผู้ประเสริฐนั้น ผู้ถึงความเป็นเลิศแห่งลาภในโลก ผู้มีลาภอันไม่มีที่สุดที่เทวดาและมนุษย์ทั้งหลายนำมาถวายแก่พระมหามุนีนั้นเสมอ ทั้งในบ้าน ในป่า และในที่ทั้งปวง
92.
๙๒.
Gāme [Pg.75] vane ca sabbattha,Devehi manussehi ca;
Ābhatā nantalābho me,Sadā hotu bhavābhave.
ขอลาภอันไม่มีที่สุดที่เทวดาและมนุษย์ทั้งหลายนำมาถวาย จงมีแก่ข้าพเจ้าเสมอในภพน้อยภพใหญ่ ทั้งในบ้าน ในป่า และในที่ทั้งปวง
93.
๙๓.
Puññassimassa tejena,Yathā cittaṃ samijjhatu;
Sabbicchā [Pg.76] sabbacintā ca,Khippaṃ me jātijātiyaṃ.
ด้วยเดชแห่งบุญนี้ ขอความปรารถนาทั้งปวงและความคิดทั้งปวงของข้าพเจ้า จงสำเร็จโดยเร็วตามใจปรารถนาในทุกๆ ชาติ
94.
๙๔.
Natthīti vacanaṃ dukkhaṃ,Dehīti vacanaṃ tathā;
Tasmā natthīti dehīti,Mā me hotu bhavābhave.
คำว่า 'ไม่มี' เป็นทุกข์ คำว่า 'จงให้' ก็เป็นทุกข์เช่นกัน เพราะฉะนั้น คำว่า 'ไม่มี' และ 'จงให้' ขออย่าได้มีแก่ข้าพเจ้าในภพน้อยภพใหญ่เลย
95.
๙๕.
Sabbaṃ [Pg.77] paravasaṃ dukkhaṃ,Sabbamissariyaṃ sukhaṃ;
Sabbaṃ paravasamatthu,Sabbamissariyaṃ bhave.
สิ่งทั้งปวงที่ตกอยู่ในอำนาจของผู้อื่นเป็นทุกข์ สิ่งทั้งปวงที่มีความเป็นใหญ่ในตนเป็นสุข ขอสิ่งทั้งปวงที่ตกอยู่ในอำนาจของผู้อื่นจงอย่าได้มี (แก่ข้าพเจ้า) ขอความเป็นใหญ่ในตนจงมีในภพ (ของข้าพเจ้า)
96.
๙๖.
Vitakkento bhajjakāyo,Sabbāvudha vāraṇo ca;
Chaddanta vāraṇabalo,Bhaveyyaṃ jātijā tiyaṃ.
ขอข้าพเจ้าพึงเป็นผู้มีกายที่ทำลายได้ยากด้วยการตรึก เป็นผู้ป้องกันอาวุธทั้งปวง และมีกำลังดุจช้างฉัททันต์ ในทุกๆ ชาติ
97.
๙๗.
Subhalakkhaṇasampanno[Pg.78],Suvaṇṇavaṇṇavā bhave;
Brahmassaro karavika,Bhāṇī ca jātijātiyaṃ.
ขอข้าพเจ้าพึงเป็นผู้สมบูรณ์ด้วยลักษณะอันดีงาม มีผิวพรรณดุจทองคำ มีเสียงดุจพรหม และมีเสียงกล่าวไพเราะดุจนกการเวก ในทุกๆ ชาติ
98.
๙๘.
Bhūrimapañño sippānaṃ,Sabbesaṃ kusalo bhave;
Visajjetuṃ samatthova,Sabbapucchānaṃ ṭhānaso.
ขอข้าพเจ้าพึงเป็นผู้มีปัญญากว้างขวาง เป็นผู้ฉลาดในศิลปะทั้งปวง และสามารถแก้ปัญหาทั้งปวงได้โดยพลัน
99.
๙๙.
Verādhaṃsīya [Pg.79] bhogā ca,Anantākhīṇa bhogavā;
Anantābhajja pariso,Bhavaso pāpuṇe sivaṃ.
ขอข้าพเจ้าพึงมีโภคทรัพย์ที่ศัตรูทำลายไม่ได้ มีโภคทรัพย์อันไม่สิ้นสุด มีบริวารที่ไม่มีใครทำลายได้ และพึงถึงความเกษมในภพนั้นๆ
100.
๑๐๐.
Mā [Pg.80] nasseyyaṃ pasayheyyaṃ,Ussukkehi pyahaṃ saha;
Pañcaverehi koṭīhi,Bhaṇḍaṃ vā akātukāmitaṃ.
ขอข้าพเจ้าอย่าได้พินาศหรือถูกข่มเหงโดยพวกคนผู้มุ่งร้าย และด้วยศัตรูทั้ง ๕ จำพวก หรืออย่าได้ทำในสิ่งของที่ข้าพเจ้าไม่ปรารถนาจะทำ
101.
๑๐๑.
Meghaṃ vātañca ratanaṃ,Dhaññaṃ vatthañca bhojanaṃ;
Sabbicchitaṃ tadaññampi,Māpeyyaṃ kammajiddhiyā.
ขอข้าพเจ้าพึงเนรมิตฝน ลม รัตนะ ข้าวเปลือก ผ้า และอาหาร รวมถึงสิ่งที่ปรารถนาอื่นๆ ทั้งปวงได้ ด้วยฤทธิ์ที่เกิดจากกรรม
102.
๑๐๒.
Puññenetena [Pg.81] nibbānaṃ,Santaṃ pappomi tāvatā;
Bhaveyyaṃ sabbajātīsu,Catusampattiyā sadā;
Catucakkena sampanno,Saddhammehi ca sattahi.
ด้วยบุญนี้ ขอข้าพเจ้าพึงบรรลุพระนิพพานอันสงบ ตราบนั้นขอข้าพเจ้าพึงเป็นผู้สมบูรณ์ด้วยสมบัติ ๔ เสมอในทุกๆ ชาติ เป็นผู้สมบูรณ์ด้วยจักร ๔ และสัทธรรม ๗ ประการ
103.
๑๐๓.
Sammādiṭṭhi [Pg.82] vasupete,Kulamhi seṭṭhasammate,Sabbasakkata saṃsuddhe;
Bhave tihetusandhiko.
ขอข้าพเจ้าพึงเป็นผู้ปฏิสนธิด้วยไตรเหตุ ในตระกูลที่ได้รับยกย่องว่าประเสริฐ อันบริสุทธิ์และเป็นที่สักการะของคนทั้งปวง และเป็นผู้ประกอบด้วยสัมมาทิฏฐิ
104.
๑๐๔.
Ghāsacchādanaṃ bhogañca,Neva hatthena kātuna,Bhuñjeyyamiddhiyātveva,Māpetvā yāvadatthakaṃ.
ขอข้าพเจ้าพึงบริโภคอาหาร เครื่องนุ่งห่ม และโภคทรัพย์ โดยไม่ต้องทำด้วยมือ แต่เนรมิตขึ้นด้วยฤทธิ์ให้เพียงพอตามความต้องการเท่านั้น
105.
๑๐๕.
Manussānaṃ [Pg.83] atikkamma,Devānaṃ viya bhojanaṃ,Vatthaṃ bhogo ca me hontu,Parivārātisundarā.
ขออาหาร เครื่องนุ่งห่ม และโภคทรัพย์ของข้าพเจ้า จงล่วงพ้นระดับมนุษย์ เป็นเช่นเดียวกับของเทวดา และขอให้มีบริวารที่งดงามยิ่ง
106.
๑๐๖.
Dasāsuttaṃpi me bhogaṃ,Pañcaverā bhave bhave;
Māgaṇheyyuñca nasseyyuṃ,Asoko bhogahetume.
ขอศัตรูทั้ง ๕ จำพวกในภพน้อยภพใหญ่ อย่าได้ยึดครองหรือทำลายโภคทรัพย์ของข้าพเจ้าแม้เพียงส่วนเสี้ยว และขออย่าให้ข้าพเจ้าต้องเศร้าโศกเพราะเหตุแห่งโภคทรัพย์เลย
107.
๑๐๗.
Sabbaṅgasubha [Pg.84] sampanno,Siṅgīnikkha savaṇṇa vā;
Bāttiṃsa lakkhaṇūpeto,Atappana rūpa vā bhave.
ขอข้าพเจ้าพึงเป็นผู้สมบูรณ์ด้วยอวัยวะอันงดงามทั้งปวง มีผิวพรรณดุจทองคำแท่ง ประกอบด้วยมหาปุริสลักษณะ ๓๒ ประการ และมีรูปกายอันไม่น่าเบื่อหน่าย
108.
๑๐๘.
Kāyo candanagandho ca,Mukhaṃ uppalagandhikaṃ;
Aṭṭhaṅgiko [Pg.85] karavika,Mañjūghoso ca me hotu.
ขอให้ร่างกายของข้าพเจ้ามีกลิ่นหอมดุจไม้จันทน์ มีปากหอมดุจดอกอุบล และมีเสียงอันประกอบด้วยองค์ ๘ ไพเราะดุจเสียงนกการเวก
109.
๑๐๙.
Tikkha gambhīra pañño ca,Hāsātijavapaññavā,Bhūri nibbedha pañño ca;
Sabbapañhavisajjano.
ขอข้าพเจ้าพึงเป็นผู้มีปัญญาเฉียบแหลม ลึกซึ้ง มีปัญญาไวและร่าเริง มีปัญญากว้างขวางและชำแรกกิเลส และเป็นผู้แก้ปัญหาทั้งปวงได้
111.
๑๑๑.
Anto [Pg.86] soḷasavassassa,Tipeṭakadharo bhave;
Sabbakammesu sippesu,Vijjāṭhānesu pāragū.
ขอข้าพเจ้าพึงเป็นผู้ทรงพระไตรปิฎกได้ภายในอายุ ๑๖ ปี และเป็นผู้ถึงฝั่งในกิจการ ศิลปะ และวิชาสถานทั้งปวง