නමො තස්ස භගවතො අරහතො සම්මාසම්බුද්ධස්ස
ขอนอบน้อมแด่พระผู้มีพระภาคอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้าพระองค์นั้น
ලක්ඛණාතො
โดยลักษณะ
බුද්ධථොමනාගාථා
คาถาพรรณนาพุทธคุณ
1.
๑.
භවාභවෙසු [Pg.19] නෙකෙසු,පූරෙසි තිංසපාරමී;
චරියායොච සම්බුද්ධො,පරිච්චාගෙජහංසදා.
ในภพน้อยภพใหญ่เป็นอันมาก พระสัมพุทธเจ้าทรงบำเพ็ญบารมี ๓๐ ทัศ และทรงสละอยู่เป็นนิตย์ในบริจาคทั้งหลายด้วยจริยา
2.
๒.
වෙස්සන්තරත්තභාවම්හි[Pg.20],ඨිතොමද්දිං පිසොඅදා;
නිජංකණ්හාජිනංජාලිං,වියංවඞ්කතපබ්බතෙ.
ในอัตภาพเป็นพระเวสสันดร ประทับอยู่ ณ ภูเขาวงกต ได้ประทานพระนางมัทรี และพระกัณหาชินะกับพระชาลีของพระองค์ผู้เป็นที่รัก
3.
๓.
තතොචවිත්වාතුසිතෙ,පුරෙඋප්පජ්ජිපුඤ්ඤවා;
රූපාදිදසඨානෙහි[Pg.21],අඤ්ඤෙදෙවෙඅතික්කමි.
จุติจากภพนั้นแล้ว ทรงอุบัติขึ้นในสวรรค์ชั้นดุสิตด้วยบุญ ทรงล่วงเทวดาเหล่าอื่นด้วยฐานะ ๑๐ ประการมีรูปเป็นต้น
4.
๔.
චක්කවාළසහස්සෙහි,දසහාගම්මසබ්බසො;
යාචිතොදෙවබ්රහ්මූහි,බුද්ධභාවමනොනතො.
อันทวยเทพและพรหมทั้งหลายจากหมื่นจักรวาลมาโดยรอบทั้งหมด ทูลอ้อนวอนพระองค์ผู้น้อมพระทัยไปเพื่อความเป็นพระพุทธเจ้า
5.
๕.
විලොකනානිසොපඤ්ච[Pg.22],විලොකෙත්වාසිරින්ධරො;
තතොචවිත්වාමායාය,උප්පජ්ජිසාකියෙකුලෙ.
พระองค์ผู้ทรงสิริ ทรงตรวจดูการตรวจดู ๕ ประการแล้ว จุติจากภพนั้นแล้ว ทรงอุบัติในตระกูลศากยะในพระครรภ์ของพระนางมายา
6.
๖.
විසාඛපුණ්ණමෙසෙට්ඨෙ[Pg.23],විජායිලුම්බිනීවනෙ;
සීහනාදංපනාදෙන්තො,සත්තපාදංගතොතදා.
ในวันเพ็ญวิสาขะอันประเสริฐ ประสูติในป่าลุมพินี ทรงเปล่งสีหนาท เสด็จไป ๗ ก้าวในกาลนั้น
8.
๘.
විරොචිංසුතදාකාසෙ[Pg.24],තාරොචන්දදිවාකරා;
රතනානිචභූමට්ඨා,නානාපුප්ඵාචපුප්ඵරෙ.
ในกาลนั้น ดวงดาว ดวงจันทร์ และดวงอาทิตย์ สว่างไสวในอากาศ และรัตนะทั้งหลายที่อยู่บนพื้นดิน และดอกไม้นานาชนิดก็บานสะพรั่ง
8.
๘.
සීතායන්ති අවීචග්ගී[Pg.25],ඛුප්පිපාසාචසොහිතා;
ලොකන්තරෙමහාපභා,අන්ධාපස්සන්තිතාවදෙ.
ไฟนรกอเวจีก็เย็นลง ความหิวและความกระหายก็สงบลง แสงสว่างอันยิ่งใหญ่ในโลกันตนรก คนตาบอดก็มองเห็นในกาลนั้น
9.
๙.
අඝට්ටිතාවාදිතානි[Pg.26],තූරියානිචඅම්බරෙ;
මධුරෙනපනාදිංසු,යසංසරෙනතාවදෙ.
และดนตรีทั้งหลายในอากาศอันมิได้ถูกประโคม ก็บรรเลงด้วยเสียงอันไพเราะ ด้วยเสียงประกาศพระยศในกาลนั้น
10.
๑๐.
ථුතිගීතානිගායන්තා,දෙවාචකමලාසනා;
සම්මොදෙන්තාවඅට්ඨංසු[Pg.27],බුද්ධඞ්කුරස්සසන්තිකෙ.
และทวยเทพผู้มีอาสนะดอกบัว ขับร้องเพลงสรรเสริญ ต่างชื่นชมยืนอยู่ใกล้พระพุทธางกูร
11.
๑๑.
කුමාරොචාරුධාතීහි,තොසිතාරාජමන්දිරෙ;
වුද්ධොසිසුසුඛංඛෙමං,සක්යකඤ්ඤානමන්තරෙ.
พระกุมารอันนางนมผู้ดีบำรุงบำเรอในพระราชวัง ทรงเจริญด้วยความสุขและความเกษมท่ามกลางหมู่กุมารีศากยะ
12.
๑๒.
සොළසවස්සිකොසක්ය[Pg.28],නන්දනොපිතරාසතා;
රාජත්තෙඅභිසිත්තොසි,මොදෙසිතුවනත්තයෙ.
พระโอรสแห่งศากยะผู้มีพระชนมายุ ๑๖ พรรษา อันพระบิดาทรงยินดี ทรงได้รับการอภิเษกในความเป็นพระราชา เพื่อทรงรื่นรมย์ในอุทยานทั้งสาม
13.
๑๓.
නන්දනානංසොවණ්ණ[Pg.29],වණ්ණසොභංයසොධරං;
සොකාරෙසිමහෙසිත්තං,ලොකනෙත්තරසායනං.
ทรงกระทำพระนางยโสธราผู้เป็นที่ยินดีของหมู่ชน มีผิวพรรณดุจทอง มีสิริโฉมงดงาม ผู้เป็นดุจยาหยอดตาของชาวโลก ให้เป็นอัครมเหสี
14.
๑๔.
එකූනතිංසමෙවස්සෙ,විසාඛපුණ්ණමෙවරෙ;
සහසෙනායඋය්යාසි,යානෙනුය්යානමණ්ඩලං.
ในปีที่ ๒๙ นั่นเอง ในวันเพ็ญวิสาขะอันประเสริฐ เสด็จออกไปพร้อมด้วยหมู่เสนา สู่พระราชอุทยานด้วยยาน
15.
๑๕.
නිමිත්තෙචතුරොදිස්වා[Pg.30],පුත්තස්සචවිජායනං;
සුත්වාඋබ්බිග්ගචිත්තෙන,නරමිත්ථපුරෙතහිං.
ทรงเห็นนิมิต ๔ ประการ และการประสูติของพระโอรส มีพระทัยหวั่นไหว มิได้ทรงรื่นรมย์ในพระนครนั้น
16.
๑๖.
පච්චාගම්මපුරංතම්හා[Pg.31],පත්තොපාසාදමණ්ඩලං;
නිප්පජ්ජිදෙවරාජාව,සයනෙසොමහාරහෙ.
เสด็จกลับจากที่นั้นสู่พระนคร เสด็จถึงพระราชมณเฑียร ทรงบรรทมดุจท้าวสักกเทวราชบนพระแท่นบรรทมอันประเสริฐ
17.
๑๗.
සුන්දරීතංපුරක්ඛිත්වා[Pg.32],නච්චගීතෙනතොසයුං;
එවංපිසොනරමිත්වා,ආහුනික්ඛමමානසො.
เหล่านางงามแวดล้อมพระองค์ให้รื่นรมย์ด้วยการฟ้อนรำและขับร้อง แม้กระนั้นพระองค์ก็มิได้ทรงรื่นรมย์ มีพระทัยน้อมไปเพื่อการออกบวช
18.
๑๘.
පථමංරාහුලංපුත්තං,පස්සිත්වානික්ඛමාමහං;
ඉතිචින්තියමානෙසො,අගාජායානිවෙසනං;
ทรงดำริว่า "เราจักออกบวชหลังจากได้เห็นพระราหุลผู้เป็นบุตรคนแรกแล้ว" ดังนี้ จึงเสด็จไปยังที่ประทับของพระชายา
19.
๑๙.
ථපෙත්වාපාදදුම්මාරෙ[Pg.33],ගීවමන්තොපවෙසයං;
ඔලොකයංසපස්සිත්ථ,නිප්පන්නංතංසමාතරං.
ทรงวางพระบาทไว้ที่ธรณีประตู ทรงสอดพระศอเข้าไปข้างใน ทรงทอดพระเนตรเห็นพระโอรสนั้นบรรทมอยู่กับพระมารดา
20.
๒๐.
ගණ්හෙය්යංතංඅපනෙත්වා[Pg.34],බාහුංචෙදෙවියාඅහං;
නදදෙනික්ඛමොකාසං,පබුජ්ඣිත්වායසොධරා.
หากเราจะอุ้มพระโอรสออกไปโดยเลื่อนพระหัตถ์ของพระเทวี พระนางยโสธราจะตื่นขึ้นและไม่ให้โอกาสเราออกไป
21.
๒๑.
බුද්ධපත්තොවපස්සෙය්යං,රාහුලංඉතිචින්තිය;
කණ්ඩකංආරුහිත්වාන,තම්හාඡන්නෙනනික්ඛමි.
ทรงดำริว่า "เราจักได้เห็นพระราหุลเมื่อบรรลุความเป็นพระพุทธเจ้าแล้ว" ดังนี้ ทรงขึ้นม้ากัณฐกะ เสด็จออกไปจากที่นั้นพร้อมกับนายฉันนะ
22.
๒๒.
ද්වාරාසයාවිවරිංසු[Pg.35],දෙවතාද්වාරමණ්ඩලං;
රතනුක්කාසහස්සානි,ජාලයිංසුමරූතහිං.
ประตูทั้งหลายก็เปิดออกเอง เทวดาทั้งหลายที่ประตู ก็จุดโคมไฟรัตนะนับพันขึ้นในที่นั้น
23.
๒๓.
මානික්ඛමස්සුසිද්ධත්ථ,ඉතොත්වංසත්තමෙදිනෙ;
භවිස්සසෙචක්කවත්තී[Pg.36],ඉතිනීවාරිපාපිමා.
มารผู้มีบาปได้ห้ามไว้ดังนี้ว่า "เจ้าชายสิทธัตถะอย่าเพิ่งเสด็จออกไปจากที่นี่ ในวันที่ ๗ พระองค์จักเป็นพระเจ้าจักรพรรดิ"
24.
๒๔.
තග්ඝජානාමිතංමාර,ඉධමාතිට්ඨපක්කම;
ඉතිමාරං පලාපෙත්වා,විස්සට්ඨොසොඅභික්කමි.
ทรงขับไล่มารดังนี้ว่า "แน่นอน เราย่อมรู้จักท่านมาร จงหยุดอยู่ตรงนี้แล้วหลีกไป" แล้วทรงดำเนินไปอย่างอิสระ
25.
๒๕.
පත්වානොමනදීතීරං[Pg.37],පුනාගමෙසිතුරගං;
ඡන්නඤ්චනගරං බිම්බා;
දෙවිලාපටිවෙදිතුං.
เสด็จถึงฝั่งแม่น้ำอโนมา ทรงส่งม้าและนายฉันนะกลับสู่พระนครเพื่อแจ้งข่าวแก่พระนางพิมพาเทวี
26.
๒๖.
බන්ධිතංයසොධරාය,මොළිංසුගන්ධවාසිතං;
ඡෙත්වාඛග්ගෙනතිණ්හෙන,උක්ඛිපිත්ථතමම්බරෙ.
ทรงตัดพระเมาลีอันหอมฟุ้งที่พระนางยโสธราทรงผูกไว้ด้วยพระขรรค์อันคม แล้วทรงโยนขึ้นไปในอากาศ
27.
๒๗.
අට්ඨසෙට්ඨපරික්ඛාරෙ[Pg.38],ධාරෙත්වාබ්රහ්මුනාභතෙ;
හිත්වාරාජාරහංදුස්සං,සමණත්ථමුපාගමි.
ทรงละผ้าอันควรแก่พระราชา ทรงครองบริขารอันประเสริฐ ๘ อย่าง อันท้าวมหาพรหมนำมาถวาย เสด็จไปเพื่อความเป็นสมณะ
28.
๒๘.
කරොන්තොදුක්කරංකම්මං[Pg.39],ඡබ්බස්සානිපරක්කමො;
ඔළාරිකන්නපානෙහි;
දෙහංයාපෙසිඨීතියා.
ทรงบำเพ็ญทุกกรกิริยา ทรงบากบั่นอยู่ ๖ ปี ทรงยังพระวรกายให้เป็นไปด้วยอาหารและน้ำอันหยาบเพื่อความดำรงอยู่ของพระวรกาย.
29.
๒๙.
විසාඛපුණ්ණමෙහෙම,පාතිංපායසපූරිතං;
සුජාතායාභතංගය්හ,නෙරඤ්චරමුපාගමි.
ในวันเพ็ญเดือนวิสาขะ ทรงรับถาดที่เต็มด้วยข้าวมธุปายาสที่นางสุชาตานำมาถวายแล้ว เสด็จไปสู่แม่น้ำเนรัญชรา.
30.
๓๐.
නෙරඤ්චරායතීරම්හි[Pg.40],සුත්වාපායාසමුත්තමං;
පටියත්ථවරමග්ගෙන,බොධිමණ්ඩමුපාගමි.
ทรงเสวยข้าวมธุปายาสอันประเสริฐที่ฝั่งแม่น้ำเนรัญชราแล้ว เสด็จไปสู่โพธิมณฑลด้วยหนทางอันประเสริฐที่จัดเตรียมไว้.
31.
๓๑.
ජයාසනෙපල්ලඞ්කම්හි[Pg.41],ඨිතොධිට්ඨෙසිධීතිමා;
නවීරියංජහිස්සාමි,අපත්තොඉතිබුද්ධතං.
พระองค์ผู้มีความเพียร ทรงประทับนั่งบนรัตนบัลลังก์อันเป็นชัยชนะ ทรงอธิษฐานว่า "เราจักไม่ละความเพียร ตราบเท่าที่ยังไม่บรรลุความเป็นพระพุทธเจ้า".
32.
๓๒.
දෙවින්දොධමයංසඞ්ඛං[Pg.42],සෙතච්ඡත්තංපිතාමහො;
ධාරයංවාදෙන්තොවීණං,පඤ්චසීඛොඨිතොතහිං.
ท้าวสักกะทรงเป่าสังข์ ท้าวมหาพรหมทรงกั้นเศวตฉัตร ปัญจสิขะเทพบุตรยืนดีดพิณอยู่ ณ ที่นั้น.
33.
๓๓.
ථුතිගීතානිගායන්තී,අට්ඨාසුංදෙවසුන්දරී;
ගහෙත්වාහෙමමඤ්ජූසා,සුරපුප්ඵෙහිපූරිතා.
เหล่านางเทพอัปสรผู้เลอโฉมยืนอยู่ ณ ที่นั้น ถือผอบทองที่เต็มด้วยดอกไม้ทิพย์ ขับร้องเพลงสรรเสริญ.
34.
๓๔.
අනත්ථමෙන්තෙසූරියෙ[Pg.43],මාරසෙනංපලාපයී;
අරුණුග්ගමනෙකාලෙ,පත්තොසිබුද්ධතංවරං.
เมื่อพระอาทิตย์ยังไม่ลับขอบฟ้า ทรงขับไล่เสนามารให้พ่ายแพ้ไป ในเวลาอรุณขึ้น ทรงบรรลุพระพุทธภูมิอันประเสริฐ.
35.
๓๕.
පට්ඨානංසම්මසන්තස්ස,නාථස්සදෙහතොසුභා;
ඡබ්බණ්ණභානිච්ඡධන්ති[Pg.44],විධාවන්ති තහිං තහිං.
เมื่อพระโลกนาถทรงพิจารณาพระอภิธรรมปัฏฐานอยู่ รัศมี ๖ สีอันงดงามจากพระวรกายของพระองค์ได้แผ่ซ่านไปในที่นั้นๆ.
36.
๓๖.
නීලානීලාපිතාපීතා,රත්තාරත්තාචනිච්ඡරෙ;
සෙතාසෙතාචමඤ්චිට්ඨා,තම්හාතම්හාපභස්සරා.
รัศมีสีเขียวเข้ม สีเหลือง สีแดง สีขาว และสีหงสบาท อันสว่างไสว แผ่ออกไปจากพระวรกายส่วนนั้นๆ.
37.
๓๗.
බුද්ධපත්තොපිබොධෙය්ය[Pg.45],ධම්මගම්භීරතංජිනො;
නිසාමෙත්වානදෙසෙතුං,නිරුස්සාහමුපාගතො.
แม้พระชินเจ้าผู้ทรงบรรลุพระพุทธภูมิแล้ว เมื่อทรงพิจารณาเห็นความลึกซึ้งแห่งพระธรรม ทรงเกิดความท้อถอยที่จะแสดงธรรม.
38.
๓๘.
සහම්පතිතදාබ්රහ්මා[Pg.46],දෙසනායාභියාචති;
තෙනසොපථමංසෙට්ඨං,ධම්මචක්කමදෙසයි.
ครั้งนั้น ท้าวสหัมบดีพรหมได้ทูลอาราธนาให้ทรงแสดงธรรม เพราะเหตุนั้น พระองค์จึงทรงแสดงพระธรรมจักรอันประเสริฐเป็นครั้งแรก.
39.
๓๙.
එකවස්සොවසම්බුද්ධො[Pg.47],වරෙඵග්ගුණපුණ්ණමෙ;
සක්යානංනගරංගඤ්ඡී,සාවකෙහිපුරක්ඛතො.
เมื่อพระสัมพุทธเจ้าทรงมีพรรษาได้ ๑ พรรษา ในวันเพ็ญเดือน ๔ อันประเสริฐ ทรงเสด็จไปยังกรุงกบิลพัสดุ์ของเหล่าศากยะ โดยมีเหล่าสาวกแวดล้อม.
40.
๔๐.
සමාගමම්හිඤාතීනං,වස්සාපෙසිසුසීතලං;
මහාමෙඝඤ්චදෙසෙසි[Pg.48],වෙස්සන්තරස්සජාතකං.
ในการประชุมของพระญาติ ทรงยังฝนโบกขรพรรษอันเย็นฉ่ำให้ตกลงมา และทรงแสดงเวสสันดรชาดก.
41.
๔๑.
ගන්ත්වාසාවකයුගෙන,යසොධරායමන්දිරං;
තංතොසෙත්වානදෙසෙසි,චන්දකින්නරජාතකං.
ทรงเสด็จไปสู่ที่ประทับของพระนางยโสธราพร้อมด้วยพระอัครสาวกคู่หนึ่ง ทรงยังพระนางให้ยินดีแล้ว ทรงแสดงจันทกินรีชาดก.
42.
๔๒.
වසිත්වාසත්තමෙවස්සෙ[Pg.49],තාවතිංසෙ සිලාසනෙ;
අභිධම්මෙන තොසෙසි,දෙවබ්රහ්මගණංබහුං.
ทรงประทับจำพรรษาที่ ๗ บนบัณฑุกัมพลศิลาอาสน์ในสวรรค์ชั้นดาวดึงส์ ทรงยังหมู่เทพและพรหมจำนวนมากให้ยินดีด้วยพระอภิธรรม.
43.
๔๓.
පත්ථරංඤාණජාලෙන,ලොකංලොකෙසිසබ්බදා;
බොධෙතුංබොධියාභාය;
බොධෙය්යජනපඞ්කජං.
ทรงแผ่ข่ายพระญาณตรวจดูโลกอยู่เสมอ เพื่อทรงปลุกเหล่าเวไนยสัตว์ประดุจดอกบัวให้ตื่นด้วยแสงแห่งพระโพธิญาณ.
44.
๔๔.
බොධනෙය්යංජනංදිස්වා[Pg.50],චක්කවාළපරංපරා;
ගන්ත්වාපිවිබොධෙසි,බුද්ධසෙට්ඨොසුබොධිමා.
พระพุทธเจ้าผู้ประเสริฐ ผู้มีพระปัญญาอันดี ทรงเห็นสัตว์ผู้ควรแก่การตรัสรู้ในจักรวาลต่างๆ แล้ว เสด็จไปโปรดให้ตรัสรู้.
45.
๔๕.
බකාදිකෙචබ්රහ්මානො,යක්ඛෙචාළවකාදිකෙ;
පුරින්දදාදිකෙදෙවෙ,සූචිලොමාදිරක්ඛසෙ.
ทั้งพรหมทั้งหลายมีพกพรหมเป็นต้น ยักษ์ทั้งหลายมีอาฬวกยักษ์เป็นต้น เทพทั้งหลายมีท้าวสักกะเป็นต้น และรากษสทั้งหลายมีสูจิโลมเป็นต้น.
46.
๔๖.
ජාණුසොණාදිකෙනෙකෙ[Pg.51],බ්රාහ්මණෙචාවිකක්ඛළෙ;
චූළොදරාදිකෙනාගෙ,ධනපාලාදිකෙගජෙ.
ทั้งพราหมณ์เป็นอันมากมีชานุสโสณีเป็นต้นผู้ไม่หยาบคาย นาคทั้งหลายมีจุลโลทรเป็นต้น และช้างทั้งหลายมีธนปาลเป็นต้น.
47.
๔๗.
බුද්ධාමයංතිමඤ්ඤන්තෙ,තිත්ථියෙනෙකලද්ධිකෙ;
දමෙසිදමතංසෙට්ඨො,පරවාදප්පමද්දනො.
พระองค์ผู้ประเสริฐ ผู้ทรงขยี้วาทะของผู้อื่น ทรงทรมานเดียรถีย์ทั้งหลายผู้มีลัทธิต่างๆ ผู้สำคัญว่า "เราเป็นพระพุทธเจ้า".
48.
๔๘.
අනුබ්යඤ්ජනසම්පන්නො[Pg.52],එසබාත්තිංසලක්ඛණො;
බ්යාමප්පභාපරික්ඛිත්තො,කෙතුමාලාසිලඞ්ඛතො.
พระองค์นี้ทรงประกอบด้วยอนุพยัญชนะ ทรงมีมหาปุริสลักษณะ ๓๒ ประการ ทรงแวดล้อมด้วยพระรัศมีประมาณวาหนึ่ง ทรงประดับด้วยพระเกตุมาลา.
49.
๔๙.
චතුරාසීතිසහස්ස[Pg.53],ධම්මක්ඛන්ධෙසදෙසයි;
පඤ්චතාථීසවස්සානි,තිලොකස්සහිතායවෙ.
ทรงแสดงพระธรรมขันธ์ ๘๔,๐๐๐ พระธรรมขันธ์ ตลอด ๔๕ พรรษา เพื่อประโยชน์แก่โลกทั้งสามอย่างแท้จริง.
50.
๕๐.
බුද්ධකිච්චංකරොන්තොසො,වහංලොකහිතංවරං;
මොචයංබන්ධනාසත්තෙ[Pg.54],කාලංඛෙපෙතිසබ්බදා.
พระองค์ทรงบำเพ็ญพุทธกิจ ทรงนำประโยชน์อันประเสริฐมาสู่โลก ทรงปลดเปลื้องสัตว์ผู้ติดอยู่ในเครื่องผูก ทรงยังกาลเวลาให้ล่วงไปอยู่เสมอ.
51.
๕๑.
යහිං ආසීතිකොනාථො,නිබ්බුතොවරමඤ්ජකෙ;
මහාසාලවනෙරම්මෙ,මල්ලානංනිගමෙතහිං.
พระโลกนาถผู้มีพระชนมายุ ๘๐ พรรษา ทรงปรินิพพานบนพระแท่นอันประเสริฐ ณ ป่าสาละอันรื่นรมย์ ใกล้เมืองกุสินาราของเหล่ามัลละ.
52.
๕๒.
අග්ගික්ඛන්ධොවලොකස්මිං[Pg.55],ජාලෙත්වානසසාවකො;
නිබ්බායිත්ථසඞ්ඛතානං,පකාසෙන්තොඅනිච්චතංති.
พระองค์ผู้เปรียบประดุจกองไฟใหญ่ ทรงยังโลกพร้อมทั้งพระสาวกให้สว่างไสวแล้ว ทรงดับขันธ์ปรินิพพาน ทรงประกาศความไม่เที่ยงของสังขารทั้งหลาย.
‘‘නමොතෙභගවානාථ[Pg.56],නමොතෙජයතංජය;
නමොතෙසිරිසම්පන්න,නමොතෙලොකනන්දන.’’
"ขอนอบน้อมแด่พระผู้มีพระภาคผู้เป็นที่พึ่งของโลก ขอนอบน้อมแด่พระผู้ทรงชนะผู้ยิ่งใหญ่ ขอนอบน้อมแด่พระผู้ทรงสมบูรณ์ด้วยสิริ ขอนอบน้อมแด่พระผู้ทรงยังโลกให้ยินดี"
බුද්ධවන්දනා
การถวายบังคมพระพุทธเจ้า
1.
๑.
දෙවලොකා චවිත්වාන[Pg.65],මහාමායාය කුච්ඡියං;
උප්පජ්ජි ගුරුවාරම්හි,වන්දෙතං සක්යපුඞ්ගවං.
ทรงจุติจากเทวโลกแล้ว ทรงบังเกิดในพระครรภ์ของพระนางมหามายาในวันพฤหัสบดี ขอนอบน้อมแด่พระศากยบุตรผู้ประเสริฐนั้น.
2.
๒.
දසමා සච්චයෙ නෙසො[Pg.66],විජායි මාතුකුච්ඡිතො;
සුක්කවාරෙ ලුම්බිනියං,වන්දෙ තං ලොකපූජිතං.
พระองค์นั้นทรงประสูติจากพระครรภ์พระมารดาในวันศุกร์ ณ สวนลุมพินี เมื่อครบ ๑๐ เดือน ขอนอบน้อมแด่พระองค์ผู้เป็นที่บูชาของโลก.
3.
๓.
චක්කවත්තිසිරිං හිත්වා,මහාසිනික්ඛමං සුධී;
නික්ඛමී චන්දවාරම්හි,නමෙ තං මුනිකුඤ්ජරං.
พระผู้มีปัญญาดี ทรงละสิริราชสมบัติแห่งพระเจ้าจักรพรรดิ ทรงออกมหาภิเนษกรมณ์ในวันจันทร์ ขอนอบน้อมแด่พระมุนีผู้ประเสริฐนั้น.
4.
๔.
අස්සත්ථබොධිමූලම්හි[Pg.67],පල්ලඞ්කෙ අපරාජිතෙ;
පත්තො සබ්බඤ්ඤුතං නාථො,නමෙ තං බුධවාසරෙ.
พระโลกนาถผู้ทรงบรรลุพระสัพพัญญุตญาณ ณ โคนต้นพระศรีมหาโพธิ์ บนบัลลังก์อันไม่พ่ายแพ้ ข้าพเจ้าขอนอบน้อมพระองค์ในวันพุธ
5.
๕.
පඤ්චවග්ගියමුඛානං[Pg.68],දෙවානං මිගදාවනෙ;
සොරිවාරෙ ධම්මචක්කං,වත්තෙසි තං ජිනං නමෙ.
พระชินเจ้าผู้ทรงยังพระธรรมจักรให้เป็นไปแก่เหล่าเทพและปัญจวัคคีย์เป็นประธาน ในป่าอิสิปตนมฤคทายวัน ในวันเสาร์ ข้าพเจ้าขอนอบน้อมพระชินเจ้าพระองค์นั้น
6.
๖.
සබ්බසඞ්ඛතධම්මානං,පකාසියඅනිච්චතං;
නිබ්බුතංඅඞ්ගවාරම්හි,නමාධිඅමතන්දදං.
พระผู้ทรงประกาศความไม่เที่ยงแห่งสังขตธรรมทั้งปวง ทรงดับขันธปรินิพพานในวันอังคาร ข้าพเจ้าขอนอบน้อมพระองค์ผู้ประทานอมตธรรมนั้น
7.
๗.
සූරියවාරෙ සොණ්ණාය[Pg.69],දොණියා ජිනවිග්ගහො;
අග්ගිනුජ්ජලිතො තස්ස,නමෙ ධාතුසරීරකං.
ในวันอาทิตย์ พระสรีระของพระชินเจ้าในรางทองได้ลุกโพลงด้วยไฟ ข้าพเจ้าขอนอบน้อมพระบรมสารีริกธาตุของพระองค์นั้น
උණ්ණාලොමිකනාථ වන්දනා
การถวายบังคมพระโลกนาถผู้มีพระอุณาโลม
උණ්ණාලොධිකනාථස්ස[Pg.71],උණ්ණාය භමුකන්තරෙ;
වජිරාවිය සොභන්ති,නික්ඛන්ති යො සුපණ්ඩරා.
พระอุณาโลมที่ระหว่างพระขนงของพระโลกนาถผู้มีพระอุณาโลม ซึ่งมีสีขาวบริสุทธิ์เปล่งรัศมีออกมา ย่อมรุ่งเรืองดุจเพชร
වජිරග්ඝනකායස්ස[Pg.72],නාථස්ස දෙහතො සුභා;
වජිරෙය්යා නිච්ඡරන්ති;
විජ්ජූව ගගණන්තරෙ.
รัศมีอันงดงามจากพระวรกายของพระโลกนาถผู้มีพระวรกายแกร่งดุจเพชร ย่อมเปล่งประกายดุจเพชร ดุจสายฟ้าในท่ามกลางท้องฟ้า
රිනින්දමන්දහාසෙන,දාඨාය නිච්ඡරා පභා;
විප්ඵූරිසා දිසාසබ්බා,වජිරායන්ති පණ්ඩරා.
ด้วยการแย้มพระสรวลอันอ่อนโยนของพระชินินทร์ รัศมีที่เปล่งออกจากพระเขี้ยวแก้วเป็นสีขาวบริสุทธิ์ดุจเพชร แผ่ซ่านไปทั่วทุกทิศ